Apple iPhone 4 32GB

4 ร้านค้า - ราคาถูกสุดที่:
฿ 7,990 ดูทั้งหมด
เป็นธรรมดาที่ของเก่าไปของใหม่มาเพราะ iPhone 4 ก็ถือว่าตกรุ่นไปแล้วตั้งแต่มี 4s แต่ล่าสุดมีใหม่กว่ามาอีกคือ iPhone 5 ทำให้ของที่ยังเหลือในร้านต้องระบายออกโดยการลดราคา iPhone 4 แต่ก็น่าสนใจไม่น้อยสำหรับคนที่งบประมาณจำกัดแต่อยากเข้าร่วมก๊วนแอบเปิ้ล รูปร่างหน้าตาของรุ่นนี้ก็ยังไม่ค่อยแตกต่างจากรุ่นใหม่มากเท่าไหร่ ข้อมูลทั่วไป Apple iPhone 4 32GB - แอปเปิ้ล iPhone 4 32GB เปิดตัวครั้งแรก 8 มิถุนายน 2010 (สยามโฟนฯ) ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 3 ปี 2010 (สิงหาคม 53) ราคามือถือ Apple iPhone 4 16GB - ราคาเปิด
อ่านต่อ ย่อเก็บ

เปรียบเทียบราคา

เก็บเงินปลายทาง PayPal VISA Master AMEX SCB KBANK
ส่งฟรีมีเงื่อนไข
- โอนเงินผ่านตู้ ATM หรือชำระเงินสดผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร (จัดส่งแบบ EMS ฟรีค่าจัด) - ชำระค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต / บัตรเดบิต ผ่าน Paypal (มีค่าธรรมเนียม 4%) ---> ฟรีค่าจัดส่ง EMS
ไปรษณีย์ EMS รถขนส่งทางร้าน รับสินค้าเอง
เก็บเงินปลายทาง 7-11 PaySbuy PayPal VISA Master JCB AMEX SCB KBANK BBL KTB BAY HSBC TMB
ส่งฟรีมีเงื่อนไข
เลือกรับสินค้าได้ 3 ช่องทาง 1. จัดส่งฟรี 2. รับสินค้าด้วยตนเองที่ ProMobilEZ ออฟฟิศ 3. Kerry Logistics Express (ได้รับสินค้าวันรุ่งขึ้น) คิดค่าจัดส่ง 100 บาท

Specifications

ยังไม่มีข้อมูลสินค้า

รีวิวทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลรีวิวสินค้านี้

เขียนรีวิว Apple iPhone 4 32GB

ให้คะแนน:

เขียนความเห็น:

ให้คะแนนสินค้า ตามคุณสมบัติดังนี้

คุณสมบัติ
แย่ที่สุด ปานกลาง ดีเยี่ยม
เพิ่ม

คุณจะแนะนำสินค้าชิ้นนี้กับคนอื่นหรือไม่?

คลิกที่นี่ เพื่อส่งความเห็นของคุณ

Specifications

ยังไม่มีข้อมูลสินค้า

คำถามทั้งหมด (0)

ฝากคำถามถึงร้านค้า

Priceza ช่วยส่งคำถามของคุณถึงร้านค้าต่างๆ


การแสดงคำถาม:

ถามไปยัง:

เขียนรีวิวสินค้าชิ้นนี้

0.0
คะแนนรีวิวจากผู้ใช้สินค้านี้

เขียนรีวิว Apple iPhone 4 32GB

ให้คะแนน:

เขียนความเห็น:

ให้คะแนนสินค้า ตามคุณสมบัติดังนี้

คุณสมบัติ
แย่ที่สุด ปานกลาง ดีเยี่ยม
เพิ่ม

คุณจะแนะนำสินค้าชิ้นนี้กับคนอื่นหรือไม่?

คลิกที่นี่ เพื่อส่งความเห็นของคุณ

ลักษณะเด่นของสินค้า

รีวิวทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลรีวิวสินค้านี้

พูดคุยเกี่ยวกับสินค้า

Apple

Appleก่อตั้งโดยสตีฟจ๊อบส์ และ สตีฟวอซเนี๊ยค ในวันที่ 1 เมษายนปีค.ศ.1976 (พ.ศ.2519) ทั้งคู่ใช้โรงรถเป็นที่ทำงานแห่งแรกทั้งคู่ร่วมกันสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลออกมาให้คนทั่วให้เข้าถึงได้ ในนามบริษัท Apple Computer, Inc. ซึ่งเปิดปฐมฤกษ์ด้วยเครื่อง Apple 1 ก่อนจะได้ยอดขายสูงสุดในขณะนั้นด้วยเครื่อง Apple2 ที่เปิดตัวในเวลาต่อมา

ในช่วงทศวรรษที่ 80-90Apple ได้ลองผิดถูกกับหลายผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูปดิจิตอลเครื่องเสียง เครื่องเล่น CD ลำโพงวิดีโอเกมหรือ TV Set Top Box ที่ล้วนล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะไม่ตอบโจทย์ในแง่การใช้งานกับคนทั่วไป

ผนวกกับจ๊อบส์ ผู้ล่วงลับ ได้มีปัญหากับ จอห์น สกัลเลย์CEO ในขณะนั้น จนต้องออกมาเปิดบริษัทใหม่นาม NeXT Incในปี 1985 อีกด้วยก่อนที่ยุคมืดจะเริ่มหมดไปในช่วงที่ Apple จับมือกับ IBM และ Motorola พัฒนาคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ และจ๊อบส์ได้กลับมา Apple อีกครั้งในตำแหน่ง CEO ปี 1997

Apple ได้เริ่มต้นนวัตกรรมใหม่ๆให้โลกฮือฮาช่วงหลังปี 2000 เป็นต้นมา การเปิดให้บริการ iTunes ร้านค้าเพลงออนไลน์ขึ้นในปี 2003ซ้ำด้วยการปฏิวัติวงการโทรศัพท์มือถือด้วยการเปิดตัว iPhoneและ AppStoreกับ Apple TVในปี 2007 (ในปีนี้iPodได้พัฒนามาใช้ระบบทัชสกรีนอย่างสมบูรณ์อีกด้วย) ก่อนส่ง iPadเข้ายึดตลาดแท็ปเล็ตในปี 2010และคงไลน์สินค้าเหล่านี้มาจวบจนปัจจุบันที่มาถึงยุคของ iPhone6 และ iPhone6plus

iPhone

Apple ส่ง iPhoneรุ่นแรกออกมาให้ชาวโลกยลโฉมกันในงานแม็คเวิลด์ วันที่ 9 มกราคมเมื่อปี 2007 ก่อนวางขายจริงที่สหรัฐอเมริกา วันที่ 29 มิถุนายนปีเดียวกัน โดยร่วมมือกับเครือข่าย AT&T (ขณะนั้นเป็น Singular Wireless) โดยเป็นรุ่น 2G อันมีความหมายถึงการรับสัญญาณเครือข่าย GSM/GPRS/EDGE เท่านั้น

iPhoneมีต้นแบบมาจาก iPodก่อนจะพัฒนาระบบภาครับสัญญาณ และจอ capacitive ที่ใช้งานมัลติทัชได้เข้าไปซึ่งก่อนหน้านั้นยังเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาแพงเกินไปอยู่ ซ้ำยังมีปัญหารายล้อมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเสถียรของซอฟต์แวร์ แบตเตอรี่ หรือปัญหาด้านบุคคลกับ พนักงานหลายฝ่ายในบริษัทที่เคร่งเครียดจนลาออกไประหว่างโปรเจคไอโฟน แต่ทุกอย่างก็ราบรื่นด้วยดีจนกระทั่งสตีฟ จ๊อบส์ พรีเซนต๋ผลงานชิ้นนี้จบลงแบบไร้อุปสรรค

ปีต่อมา(2008) ที่ Apple ได้ส่ง iPhone3G ออกมารุกตลาดต่อจนทำสถิติยอดขาย 1 ล้านเครื่องในสัปดาห์แรกเท่านั้น ก่อนจะเป็นธรรมเนียมไปแล้วกับการเปิดตัวโทรศัพท์ใหม่ทุกปี พร้อมกับนวัตกรรมหรือ ฟีเจอร์ใหม่ๆตามมาทุกรุ่น อาทิ เรติน่า ดิสเพลย์ในiPhone4, Siriใน iPhone4s หรือ ระบบสแกนลายนิ้วมือใน iPhone5s และล่าสุดก็มี iPhone6, iPhone6plus ออกมาให้คนชอบโทรศัพท์จอใหญ่ได้ใช้งานกัน

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือ

1.ระบบปฏิบัติการ

ถ้าคุณชอบใช้โทรศัพท์ที่สามารถโทรเข้าโทรออก และรับส่งข้อความ SMS ได้ สามารถเลือกใช้โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนทั่วไปซึ่งมีราคาที่ไม่แพงมาใช้ได้ เช่น Nokia Asha, Samsung Hero และอื่นๆ แต่ถ้าหากคุณชอบที่จะติดตามข่าวสารทางอินเตอร์เนท อัพเดทโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คเป็นประจำ อาทิ Facebook, Twitter, LineSocial ต่างๆกสามารถเลือกใช้ได้หลากหลายทั้ง Android, iOS, WindowsPhoneโดยถ้าพิจารณาจากราคาแล้ว ทางด้าน Android และ WindowsPhoneจะมีความหลากหลายของราคามากกว่ามีตั้งแต่ราคาสองพันต้นๆจนถึงหลักหมื่น สำหรับ iOS นั้นจะมีช่วงราคาเริ่มต้นที่ สองหมื่น

2.ขนาดและประเภทของหน้าจอ

ในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือมีขนาดหน้าจอหลายขนาดให้เลือกมากมาย ให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ ซึ่งมีตั้งแต่ขนาด 3นิ้วไปจนถึง 12นิ้วเลยทีเดียว และยังมีเทคโนโลยีหน้าจอที่หลากหลาย ทั้งสีสด สีสมจริง กันรอยขีดข่วน ยกตัวอย่างเช่น LED AMOLED, Super AMOLED, OLED และล่าสุดมีหน้าจอที่ทำจาก Sapphire Crystal ที่มีความทนทานมากกว่าจอชนิดอื่นๆ

3.Application

ถ้าเทียบกันในด้านจำนวนของ แอพพลิเคชั่นแล้ว ระหว่าง iOS และ Android จะมีจำนวนแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่นัก แต่สำหรับทางด้าน WindowsPhone นั้นยังถือว่ามีแอพพลิเคชั่น น้อยมากเมื่อนำไปเทียบกับ iOSและ Android และถ้าถามถึงคุณภาพของ Application นั้นต้องยอมรับเลยว่า ทางฝั่ง iOSนั้น แอพพลิเคชั่น มีคุณภาพมากกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆ เพราะต้องผ่านการตรวจสอบที่ละเอียดมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นในปัจจุบันนี้แอพพลิเคชั่นส่วนมากที่มีใน iOS ส่วนมากก็จะมีใน Android เช่นกัน

4.กล้อง

เห็นได้ว่ากล้องบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ถือเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆที่ผู้ซื้อจะเก็บไปพิจารณา เพราะคุณสมบัติของกล้องเดี๋ยวนี้มีความละเอียดที่สูงและมีความคมชัดพอที่จะสามารถล้างรูปขนาดใหญ่ได้ พร้อมทั้งยังมีฟังชั่นเสริมอีกมากมายที่จะช่วยให้ผู้ใช้ ใช้งานได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันรุ่นกลางๆส่วนมากก็รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ HD 720p เกือบหมดแล้ว และในรุ่นราคาสูงๆก็รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงถึง 2K เลยทีเดียว

5.CPU

CPU ถือเป็นหัวใจสำคัญอันดับต้นๆของมือถือ เพราะถ้า CPU ทำงานช้า ก็ส่งผลให้โทรศัพท์ของเราช้าไปด้วย โดยที่ CPU จะมีหน่วยเป็น MHz ยิ่งมีค่ามาก็แสดงว่าเร็วมาก และในปัจจุบันยังมี CPU แบบ Dual Core, Quad Core จนไปถึง Octa Core และ CPU ระบบ 64Bit หรือกล่าวคือ CPU ที่มีแกนประมวลผล 2แกนขึ้นไป ซึ่งเช่นเดียวกับความเร็ว ยิ่ง Coreมากก็ยิ่งประมวลเร็วขึ้นเช่นกัน

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อแท็บเล็ต

1.ระบบปฏิบัติการ

Tablet PCปัจจุบันมีหลากหลายรุ่น และยี่ห้อตั้งแต่ราคาหลักไม่กี่พันถึงหลายหมื่น มีหลายระบบปฏิบัติการ เช่นAndroid ของ Googleที่มีสินค้าให้เลือกมากเพราะเป็นระบบเปิดกว้างมีหลายผู้ผลิต,iOSของ Apple ที่เป็นแท็บเล็ตตระกูลiPad,iPad Miniมีจุดเด่นที่ความนิ่งสเถียร, ระบบWindows ของ Microsoftที่มีความลื่นไหลเช่นกัน,Blackberry tablet (Playbook)ซึ่งคนจะนิยมใช้แท็บเล็ตแอนดรอยด์ และ ไอแพดมากกว่า

2.Application

Application แต่ละระบบมีจุดเด่นต่างกัน เช่น แอนดรอยด์เป็น OS ที่เปิดกว้างมีแอพให้เลือกใช้มากiOSมีเกมคุณภาพ แอพดีๆที่ผ่านการตรวจสอบคัดสรรมาแล้ว ขณะที่วินโดวส์ซึ่งลงมาจับตลาดหลังสุด แม้แอพจะไม่เยอะแต่จะเน้นไปที่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอาทิ เครื่องมือเอกสารออฟฟิศออร์แกไนเซอร์อีเมล และ ระบบนำทาง-แผนที่

3.ขนาดและประเภทของหน้าจอ

จอแท็บแล็ตจะเริ่มที่ขนาด 7 นิ้ว เหมาะสำหรับผู้ที่สะดวกพกเครื่องเดียวไว้ดูหนัง,ฟังเพลง และใช้งานโทรศัพท์ เช่นตระกูล Asus Fonepadที่รองรับการใช้งานอย่างครบครันในราคาประหยัด ส่วนเครื่องขนาด 10 นิ้ว จะเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความบันเทิงแบบเต็มตา หากชอบขีดเขียนกับจอใหญ่ยักษ์ อาจพิจารณา Samsung Galaxy Note Pro ที่มีขนาด 12.2 นิ้ว แต่ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น ทำให้ลำบากในการใช้งานพกพาเช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่จอภาพมีหลายเทคโนโลยี เช่น จอ IPSจะให้สีสันมุมมองที่สมจริงจอ Super-AMOLED ที่สีจัดจ้าน ซึ่งที่กล่าวมาสัมพันธ์ความละเอียดของหน้าจอเพราะแท็บเล็ตมีจอที่กว้างหากความละเอียดต่ำย่อมจะมองไม่สบายตา

4.ส่วนประกอบต่างๆของเครื่อง

หน่วยประมวลผล CPUการ์ดจอ และ แรม เป็นส่วนหลักที่ต้องคำนึงถึงหากต้องการความรวดเร็วในการใช้งาน ซีพียูหลายหัวและแรมที่มากกว่าจะทำให้ใช้งานรวดเร็วขึ้น หรือการใช้เครื่องในการเล่นเกมใหม่ๆก็ต้องการการ์ดจอรุ่นที่สูงตามไปด้วย ความจุหรือพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน มีตั้งแต่ 8-128 GBหากเป็นคนชอบดูหนัง เล่นเกม ซึ่งกินพื้นที่เยอะก็ควรหาซื้อที่มีมากกว่าไว้ก่อน ข้อสำคัญแท็บเล็ตบางรุ่นเช่น iPad ไม่สามารถใส่microSD cardเพิ่มเติมได้จึงต้องคิดคำนวณให้ดีก่อนซื้อใช้ กล้องแต่ละรุ่น-ยี่ห้อ ใช้วัสดุและส่วนประกอบ หลักๆคือความละเอียด คุณภาพเลนส์ และซอฟต์แวร์ปรับแต่งคนละตัวกัน ควรศึกษาคุณสมบัติแต่ละรุ่นให้ดี และสุดท้ายแบตเตอรี่ ยิ่งมีความจุเยอะยิ่งใช้งานได้นาน ซึ่งส่วนใหญ่จะใส่ให้มาตั้งแต่ 3,000 มิลลิแอมป์ขึ้นไป เพราะแท็บเล็ตนั้นจอใหญ่กินไฟมากกว่าโทรศัพท์

5.คุณสมบัติพิเศษ และการเชื่อมต่อ

แต่ละค่ายมีลูกเล่นเล็กน้อยเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับแท็บเล็ตของตัวเอง เช่น ASUS Eee Pad Transformer ที่ประกอบกับคีย์บอร์ด DOCK กลายเป็น Netbook ได้หรือ S-Pen ปากกาอัจฉริยยะใน Samsung Galaxy Note มาถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต แบ่งกว้างๆได้เป็นสองรุ่น คือใช้งานWiFiอย่างเดียวหากอยู่ประจำในอาคารสถานที่ หรือ WiFi +3G,4G LTE เอาไว้ใช้งานยามอยู่ข้างนอกไม่เป็นหลักแหล่ง ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ เช่นช่อง USB,Micro USB เอาไว้ชาร์จไฟและถ่ายโอนข้อมูล ช่อง HDMI ที่ปล่อยภาพสู่จอทีวี,มอนิเตอร์ได้ กับช่องเสียบการ์ดความจำที่แบ่งไปอีกหลายประเภท (ส่วนมากรองรับmicroSD card) สามารถเลือกซื้อตามความเหมาะสมกับการใช้งานของตนเอง

สินค้าที่คุณดูล่าสุด


Copyright © Priceza All Rights Reserved. ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เลขที่ 0105554078566

ข้อมูลสินค้าและราคาเป็นข้อมูลที่ได้รับจากร้านค้า Priceza ไม่รับรองถึงความถูกต้องของข้อมูล หรือความผิดพลาด ใดๆ ของข้อมูลดังกล่าว