Fiio X3 Music Player

4 ร้านค้า - ราคาถูกสุดที่:
฿ 5,990 ดูทั้งหมด
เครื่องเล่นเพลงแบบพกพา ใช้ชิป Wolfson WM8740 รองรับสูงถึง 192Khz/24Bit
อ่านต่อ ย่อเก็บ

เปรียบเทียบราคา

เก็บเงินปลายทาง 7-11 VISA Master SCB KBANK BBL KTB BAY
ส่งฟรีมีเงื่อนไข
สั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำภายในกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 499 บาท และต่างจังหวัดสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำรวมมูลค่า 999 บาทขึ้นไป จัดส่งฟรี
ไปรษณีย์ EMS TNT รับสินค้าเอง
เก็บเงินปลายทาง Tesco Lotus Counter Service PaySbuy mPay VISA Master SCB KBANK BBL BAY
มีค่าจัดส่ง
1.จัดส่งแบบธรรมดา คิดตามน้ำหนักสินค้า 2.จัดส่งแบบพนักงานจัดส่งสินค้า (Messenger) คิดตามน้ำหนักสินค้า 3. จัดส่งแบบพนักงานจัดส่งสินค้า + เก็บเงินปลายทาง (ระยะเวลาจัดส่งประมาณ 1 - 2 วันทำการ) // คิดตามน้ำหนักสินค้า 4.จัดส่งแบบด่วนพิเศษในเขตกรุงเทพมหานคร ได้รับสินค้าภายในวันที่สั่ง (Same-Day Shipping) // คิดตามน้ำหนักสินค้า
ไปรษณีย์ EMS Kerry

Specifications

ยังไม่มีข้อมูลสินค้า

รีวิวทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลรีวิวสินค้านี้

เขียนรีวิว Fiio X3 Music Player

ให้คะแนน:

เขียนความเห็น:

ให้คะแนนสินค้า ตามคุณสมบัติดังนี้

คุณสมบัติ
แย่ที่สุด ปานกลาง ดีเยี่ยม
เพิ่ม

คุณจะแนะนำสินค้าชิ้นนี้กับคนอื่นหรือไม่?

คลิกที่นี่ เพื่อส่งความเห็นของคุณ

Specifications

ยังไม่มีข้อมูลสินค้า

คำถามทั้งหมด (0)

ฝากคำถามถึงร้านค้า

Priceza ช่วยส่งคำถามของคุณถึงร้านค้าต่างๆ


การแสดงคำถาม:

ถามไปยัง:

เขียนรีวิวสินค้าชิ้นนี้

0.0
คะแนนรีวิวจากผู้ใช้สินค้านี้

เขียนรีวิว Fiio X3 Music Player

ให้คะแนน:

เขียนความเห็น:

ให้คะแนนสินค้า ตามคุณสมบัติดังนี้

คุณสมบัติ
แย่ที่สุด ปานกลาง ดีเยี่ยม
เพิ่ม

คุณจะแนะนำสินค้าชิ้นนี้กับคนอื่นหรือไม่?

คลิกที่นี่ เพื่อส่งความเห็นของคุณ

ลักษณะเด่นของสินค้า

รีวิวทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลรีวิวสินค้านี้

พูดคุยเกี่ยวกับสินค้า

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือ

1.ระบบปฏิบัติการ

ถ้าคุณชอบใช้โทรศัพท์ที่สามารถโทรเข้าโทรออก และรับส่งข้อความ SMS ได้ สามารถเลือกใช้โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนทั่วไปซึ่งมีราคาที่ไม่แพงมาใช้ได้ เช่น Nokia Asha, Samsung Hero และอื่นๆ แต่ถ้าหากคุณชอบที่จะติดตามข่าวสารทางอินเตอร์เนท อัพเดทโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คเป็นประจำ อาทิ Facebook, Twitter, LineSocial ต่างๆกสามารถเลือกใช้ได้หลากหลายทั้ง Android, iOS, WindowsPhoneโดยถ้าพิจารณาจากราคาแล้ว ทางด้าน Android และ WindowsPhoneจะมีความหลากหลายของราคามากกว่ามีตั้งแต่ราคาสองพันต้นๆจนถึงหลักหมื่น สำหรับ iOS นั้นจะมีช่วงราคาเริ่มต้นที่ สองหมื่น

2.ขนาดและประเภทของหน้าจอ

ในปัจจุบันโทรศัพท์มือถือมีขนาดหน้าจอหลายขนาดให้เลือกมากมาย ให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ ซึ่งมีตั้งแต่ขนาด 3นิ้วไปจนถึง 12นิ้วเลยทีเดียว และยังมีเทคโนโลยีหน้าจอที่หลากหลาย ทั้งสีสด สีสมจริง กันรอยขีดข่วน ยกตัวอย่างเช่น LED AMOLED, Super AMOLED, OLED และล่าสุดมีหน้าจอที่ทำจาก Sapphire Crystal ที่มีความทนทานมากกว่าจอชนิดอื่นๆ

3.Application

ถ้าเทียบกันในด้านจำนวนของ แอพพลิเคชั่นแล้ว ระหว่าง iOS และ Android จะมีจำนวนแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่นัก แต่สำหรับทางด้าน WindowsPhone นั้นยังถือว่ามีแอพพลิเคชั่น น้อยมากเมื่อนำไปเทียบกับ iOSและ Android และถ้าถามถึงคุณภาพของ Application นั้นต้องยอมรับเลยว่า ทางฝั่ง iOSนั้น แอพพลิเคชั่น มีคุณภาพมากกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆ เพราะต้องผ่านการตรวจสอบที่ละเอียดมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นในปัจจุบันนี้แอพพลิเคชั่นส่วนมากที่มีใน iOS ส่วนมากก็จะมีใน Android เช่นกัน

4.กล้อง

เห็นได้ว่ากล้องบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ถือเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆที่ผู้ซื้อจะเก็บไปพิจารณา เพราะคุณสมบัติของกล้องเดี๋ยวนี้มีความละเอียดที่สูงและมีความคมชัดพอที่จะสามารถล้างรูปขนาดใหญ่ได้ พร้อมทั้งยังมีฟังชั่นเสริมอีกมากมายที่จะช่วยให้ผู้ใช้ ใช้งานได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันรุ่นกลางๆส่วนมากก็รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ HD 720p เกือบหมดแล้ว และในรุ่นราคาสูงๆก็รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงถึง 2K เลยทีเดียว

5.CPU

CPU ถือเป็นหัวใจสำคัญอันดับต้นๆของมือถือ เพราะถ้า CPU ทำงานช้า ก็ส่งผลให้โทรศัพท์ของเราช้าไปด้วย โดยที่ CPU จะมีหน่วยเป็น MHz ยิ่งมีค่ามาก็แสดงว่าเร็วมาก และในปัจจุบันยังมี CPU แบบ Dual Core, Quad Core จนไปถึง Octa Core และ CPU ระบบ 64Bit หรือกล่าวคือ CPU ที่มีแกนประมวลผล 2แกนขึ้นไป ซึ่งเช่นเดียวกับความเร็ว ยิ่ง Coreมากก็ยิ่งประมวลเร็วขึ้นเช่นกัน

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อแท็บเล็ต

1.ระบบปฏิบัติการ

Tablet PCปัจจุบันมีหลากหลายรุ่น และยี่ห้อตั้งแต่ราคาหลักไม่กี่พันถึงหลายหมื่น มีหลายระบบปฏิบัติการ เช่นAndroid ของ Googleที่มีสินค้าให้เลือกมากเพราะเป็นระบบเปิดกว้างมีหลายผู้ผลิต,iOSของ Apple ที่เป็นแท็บเล็ตตระกูลiPad,iPad Miniมีจุดเด่นที่ความนิ่งสเถียร, ระบบWindows ของ Microsoftที่มีความลื่นไหลเช่นกัน,Blackberry tablet (Playbook)ซึ่งคนจะนิยมใช้แท็บเล็ตแอนดรอยด์ และ ไอแพดมากกว่า

2.Application

Application แต่ละระบบมีจุดเด่นต่างกัน เช่น แอนดรอยด์เป็น OS ที่เปิดกว้างมีแอพให้เลือกใช้มากiOSมีเกมคุณภาพ แอพดีๆที่ผ่านการตรวจสอบคัดสรรมาแล้ว ขณะที่วินโดวส์ซึ่งลงมาจับตลาดหลังสุด แม้แอพจะไม่เยอะแต่จะเน้นไปที่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอาทิ เครื่องมือเอกสารออฟฟิศออร์แกไนเซอร์อีเมล และ ระบบนำทาง-แผนที่

3.ขนาดและประเภทของหน้าจอ

จอแท็บแล็ตจะเริ่มที่ขนาด 7 นิ้ว เหมาะสำหรับผู้ที่สะดวกพกเครื่องเดียวไว้ดูหนัง,ฟังเพลง และใช้งานโทรศัพท์ เช่นตระกูล Asus Fonepadที่รองรับการใช้งานอย่างครบครันในราคาประหยัด ส่วนเครื่องขนาด 10 นิ้ว จะเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความบันเทิงแบบเต็มตา หากชอบขีดเขียนกับจอใหญ่ยักษ์ อาจพิจารณา Samsung Galaxy Note Pro ที่มีขนาด 12.2 นิ้ว แต่ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น ทำให้ลำบากในการใช้งานพกพาเช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือที่จอภาพมีหลายเทคโนโลยี เช่น จอ IPSจะให้สีสันมุมมองที่สมจริงจอ Super-AMOLED ที่สีจัดจ้าน ซึ่งที่กล่าวมาสัมพันธ์ความละเอียดของหน้าจอเพราะแท็บเล็ตมีจอที่กว้างหากความละเอียดต่ำย่อมจะมองไม่สบายตา

4.ส่วนประกอบต่างๆของเครื่อง

หน่วยประมวลผล CPUการ์ดจอ และ แรม เป็นส่วนหลักที่ต้องคำนึงถึงหากต้องการความรวดเร็วในการใช้งาน ซีพียูหลายหัวและแรมที่มากกว่าจะทำให้ใช้งานรวดเร็วขึ้น หรือการใช้เครื่องในการเล่นเกมใหม่ๆก็ต้องการการ์ดจอรุ่นที่สูงตามไปด้วย ความจุหรือพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน มีตั้งแต่ 8-128 GBหากเป็นคนชอบดูหนัง เล่นเกม ซึ่งกินพื้นที่เยอะก็ควรหาซื้อที่มีมากกว่าไว้ก่อน ข้อสำคัญแท็บเล็ตบางรุ่นเช่น iPad ไม่สามารถใส่microSD cardเพิ่มเติมได้จึงต้องคิดคำนวณให้ดีก่อนซื้อใช้ กล้องแต่ละรุ่น-ยี่ห้อ ใช้วัสดุและส่วนประกอบ หลักๆคือความละเอียด คุณภาพเลนส์ และซอฟต์แวร์ปรับแต่งคนละตัวกัน ควรศึกษาคุณสมบัติแต่ละรุ่นให้ดี และสุดท้ายแบตเตอรี่ ยิ่งมีความจุเยอะยิ่งใช้งานได้นาน ซึ่งส่วนใหญ่จะใส่ให้มาตั้งแต่ 3,000 มิลลิแอมป์ขึ้นไป เพราะแท็บเล็ตนั้นจอใหญ่กินไฟมากกว่าโทรศัพท์

5.คุณสมบัติพิเศษ และการเชื่อมต่อ

แต่ละค่ายมีลูกเล่นเล็กน้อยเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับแท็บเล็ตของตัวเอง เช่น ASUS Eee Pad Transformer ที่ประกอบกับคีย์บอร์ด DOCK กลายเป็น Netbook ได้หรือ S-Pen ปากกาอัจฉริยยะใน Samsung Galaxy Note มาถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต แบ่งกว้างๆได้เป็นสองรุ่น คือใช้งานWiFiอย่างเดียวหากอยู่ประจำในอาคารสถานที่ หรือ WiFi +3G,4G LTE เอาไว้ใช้งานยามอยู่ข้างนอกไม่เป็นหลักแหล่ง ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ เช่นช่อง USB,Micro USB เอาไว้ชาร์จไฟและถ่ายโอนข้อมูล ช่อง HDMI ที่ปล่อยภาพสู่จอทีวี,มอนิเตอร์ได้ กับช่องเสียบการ์ดความจำที่แบ่งไปอีกหลายประเภท (ส่วนมากรองรับmicroSD card) สามารถเลือกซื้อตามความเหมาะสมกับการใช้งานของตนเอง

สินค้าที่คุณดูล่าสุด


Copyright © Priceza All Rights Reserved. ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เลขที่ 0105554078566

ข้อมูลสินค้าและราคาเป็นข้อมูลที่ได้รับจากร้านค้า Priceza ไม่รับรองถึงความถูกต้องของข้อมูล หรือความผิดพลาด ใดๆ ของข้อมูลดังกล่าว