รู้ยัง! วิธีเลือกซื้อและใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างคุ้มค่า

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 14 Oct 2015

สวัสดีคร๊าบบบบ เข้าหน้าร้อนกันแบบเต็มตัวแล้วนะครับสำหรับประเทศไทย จริงๆ ก็มีแต่หน้าร้อน และร้อนมากอะนะ ผมเดาว่าเพื่อนๆ Priceza ต้องรักเจ้าเครื่องปรับอากาศในบ้านขึ้นมากเป็นกองเลยใช่ม๊า… ผมมี Trick เล็กน้อยในการเลือกซื้อ และใช้งานแอร์ให้ทั้งเย็น และประหยัดมาฝากกันด้วย
 
 
 
ก่อนอื่นเรามารู้จักประเภทของเครื่องปรับอากาศกันก่อน 
เพื่อให้เราสามารถเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับที่อยู่อาศัยของเรายังไงล่ะครับ
 
ประเภท ข้อดี ข้อเสีย 

แบบซ่อนฝ้า
(Conceal Duct /Build In type)

 
สวยงาม เพราะซ่อนโครงสร้างต่างๆ เอาไว้ที่เพดาน นิยมติดตั้งในห้างสรรพสินค้า, ห้องนั่งเล่น เดินท่อ ยาก ต้องมีความชำนาญสูง ดูแลอุปกรณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด, อาจมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง
แบบติดผนัง
(Wall Type)

มีขนาด BTU ให้เลือกเยอะ ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย มีรูปทรงสวยงามให้เลือกมากกว่าแบบอื่น (แต่ความเย็นสูงสุดน้อยกว่าประเภทอื่น) 
 
ติดตั้งจำกัดได้แค่ที่ผนัง แรงลมน้อย และกระจายลมได้ไม่ดีเท่าแอร์ประเภทอื่น
แบบตั้ง/แขวน
(Floor&Ceiling)

ความยืดหยุ่นในการติดตั้ง เลือกพื้นที่ในการวางตั้ง หรือ แขวนได้ เหมาะกับห้องนั่งเล่น, ห้องเรียน, สำนักงาน แถมลมยังแรงกว่า การกระจายลมทำได้ดี
 
เสียงดัง ไม่เหมาะอย่างยิ่งในการติดตั้งในห้องนอน รูปร่างใหญ่กินพื้นที่ติดตั้งค่อนข้างมาก ฟังก์ชั่นต่างๆ ไม่มากเท่าแอร์ผนัง
แบบเคลื่อนที่
(Portable)
เคลื่อนย้ายสะดวก, ขนาดเล็กพกพาง่าย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งก็ใช้งานได้ เสียบปลั๊กใช้งานได้ทันที ไม่ยุ่งยาก
เสียงดัง เย็นเฉพาะจุด แรงลมน้อยกว่าแอร์ทุกแบบ ต้องต่อท่อ และระบายน้ำทิ้งเอง
 
แบบตู้ตั้ง
(Floor Standing)
แรงลมดี กระจายลมได้ทั่วถึง แม้ใช้งานในห้องใหญ่ เหมาะสำหรับที่ๆ คนพลุกพล่าน เช่น ร้านค้า, ห้างสรรพสินค้า, ห้องเรียน
กินพื้นที่ค่อนข้างเยอะ การดูแลรักษายากกว่าประเภทอื่นๆ อุปกรณ์-อะไหล่ หายากกว่า

 

ทราบกันแล้วนะครับ ว่าแอร์มีกี่ประเภทอย่างไรบ้าง ต่อไปมารู้จักหน่วย  BTU ที่เขาว่าๆ กันเนี่ย มันคืออะไร?

จริงๆ แล้วคำนี้ย่อมาจาก British Thermal Unit เป็นหน่วยวัดปริมาณความร้อน 1 BTU คือปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์มีอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง 1 องศาฟาเรนไฮด์ 

มาถึงตรงนี้บางท่านอาจจะบอกอ้าว! หน่วยวัดความร้อนมันเกี่ยวอะไรกับเครื่องปรับอากาศ  ใจเย็นๆ อมฮอลล์แล้วอ่านต่อนะครับ... สำหรับแอร์ที่เราใช้กัน จะวัดเป็นความสามารถในการถ่ายเทความร้อนออกจากห้องได้ ต่อ 1 ชม. ครับ ( Btu/hour ) เช่น แอร์ ยี่ห้อซัมวัน ซัมวัน (กุมมือฉันเวลาไปไหน) แบบติดผนัง มีขนาด 10,000 BTU  ก็หมายความว่าใน 1 ชั่วโมง แอร์ซัมวัน ซัมวัน สามารถทำให้ความร้อนอันตรธานหายไปจากห้องได้ 10,000 BTU

 

การเลือกขนาด BTU ต้องดูให้พอเหมาะกับห้อง หากสูงไปคอมเพรสเซอร์แอร์จะตัดบ่อย ขณะเดียวกันถ้าต่ำไปคอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานตลอดเวลา เพื่อให้ได้อุณหภูมิตามที่เราตั้ง ซึ่งทำให้เราช็อคตอนบิลค่าไฟมาได้ทั้งนั้น วิธีเลือกขนาดที่เหมาะอาจพิจารณาได้หลายข้อทั้งขนาดห้อง, จำนวนคนที่อยู่, เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ ปัจจัยใดก็ตามที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อความร้อนของอากาศในห้องนั้นๆ
 
วิธีคำนวณค่า BTU ที่เหมาะสม BTU = พื้นที่ห้อง (กว้างxยาว) x ค่าตัวแปร  


 
ค่าตัวแปร ประเภทสถานที่
700 - 800 ห้องนอน ไม่ใหญ่ เพดานต่ำ มีความร้อนน้อย
800 - 900 ห้องรับแขก ที่รองรับจำนวนคนที่มากขึ้น มีความร้อนมากขึ้น
900 - 1000 ห้องทำงาน ห้องรับแขก โถงกว้างเพดานสูงที่รับแดดอยู่เสมอ
 1000 -1200 ร้านค้า ร้านอาหารที่มีคนพลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา 


ตัวอย่างเช่น
ห้องนอนที่โดนแดด ขนาด 3.5 เมตร X 4.0 เมตร X  800 เท่ากับขนาด 11,200 BTU 

ส่วนของการติดตั้ง  ควรใช้บริการช่างที่มีความชำนาญ เป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์นั้นๆอย่างถูกต้อง ซึ่งมีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการการันตีว่าได้อุปกรณ์มาตรฐานที่ถูกต้องของแบรนด์ มีบริการหลังการขาย และมีตัวตนยืนยันชัดเจน ไม่ต้องเสี่ยงกับช่างอิสระ ที่วันดีคืนดีอาจกลายเป็นโจรร้ายหมายปองทรัพย์สินในบ้านท่าน  แต่ช่างทั่วไปที่ดีๆ ก็มีนะ ควรเลือกบุคคลและบริษัทที่ไว้ใจและตรวจสอบได้ดีกว่าครับ
 

ภาพประกอบจาก epochtimes
 
สุดท้ายในส่วนของการใช้งานแอร์หนึ่งเครื่องให้ประหยัดคุ้มค่า อยู่ผลิตความเย็นกับเราไปนานๆ ขอแนะนำทริปเล็กน้อยดังนี้ครับ

1. เปิดให้สอดคล้องกับความต้องการ ยิ่งเย็นจัดก็ยิ่งเปลืองค่าไฟ แล้วจะได้หวัดเป็นของแถมอีกด้วย แต่ซื้อแอร์มาแล้วเขียมมาก เปิดอุณหภูมิสูงๆ เปิดวันละ 1-2 ชม. ก็ไม่รู้จะติดแอร์ให้เปลืองเงินทำไม! จริงไหม?

2. 
หมั่นหูไวตาไว ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ เสมอ เช่น มีน้ำรั่วตรงไหน? พัดลมคอมเพรสเซอร์เสียงดังมากเกินไปหรือเปล่า? แอร์เย็นน้อยลงหรือไม่?  โดยเฉพาะแผ่นกรองอากาศที่ควรถอดมาทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง รวมไปถึงการล้าง-เติมน้ำยาทุกๆ 4-6 เดือน เพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานเต็มที่ 

3. ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ (ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ใน ขณะเปิดแอร์ก็ปิดเลยครับ จะช่วยให้ประหยัดไฟมากขึ้น เพราะแอร์ทำงานเบาลง รวมถึงการเปิดที่อุณหภูมิ 27-29 ให้เย็นพอประมาณแล้วเปิดพัดลมช่วยก็เป็นอีกวิธีหนึ่งครับ

หน้าร้อนมากที่จะถึงนี้ ถ้ามีแพลนจะซื้อเครื่องปรับอากาศใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วใช่มั้ยครับ ที่ลังเลคงจะเปลี่ยนงบประมาณในกระเป๋า เรื่องใหญ่เลยเนอะ เอาเป็นว่าลอง หาเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาเช็คก่อนซื้อก็ดี จะได้ราคาที่คุ้มค่ากับการถอยเครื่องใหม่ครับ

 

เรื่องโดย : http://www.priceza.com/
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ >>
Best Smartwatch in 2015
พบมหกรรมสินค้าไอที commart 2015 เริ่ม 19-22 มี.ค.นี้
เปิดตัวแรง SONY Xperia Z4 Tablet กันน้ำ 
5 วิธีเช็คร้านก่อนซื้อของออนไลน์อย่างชาญฉลาด

ลือให้แซ่ด!! กันยานี้ แอปเปิ้ล อาจปล่อยไอโฟน 6s สีชมพู
เปิดตัว Samsung Galaxy S6 พร้อมเทียบความเหนือกว่า iPhone6
Top10 Smartphone ที่ผู้ใช้ Priceza สนใจสูงสุด เดือนกุมภาพันธ์
เปรียบเทียบ 3 ค่ายมือถือ จัดโปรโทรวินาที ใครเปลี่ยนแล้วคุ้ม!
บรรยากาศงาน Thailand Mobile Expo 2015

บทความที่เกี่ยวข้อง

แชร์ความคิดเห็นของคุณ

บทความล่าสุด

เปรียบเทียบราคาเครื่องปรับอากาศ

Copyright © Priceza All Rights Reserved. ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เลขที่ 0105554078566
priceza-share-feacbook priceza-share-feacbook priceza-share-feacbook priceza-share-feacbook priceza-share-feacbook