ราคา การบริหารโครงการ และการศึกษาความเป็นไปได้

อัพเดตล่าสุด : 22 มีนาคม 2569 | สินค้าทั้งหมด : 7 รายการ
หนังสือธุรกิจและการบริหารอื่นๆ : ร้าน BESTOWCON.COM: ระบบสารสนเทศทางการเงินและการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการของ มสธ. ระบบสารสนเทศทางการเงิน (Financial Information System - FIS) และการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Project Feasibility Study) เป็นสององค์ประกอบสำคัญในการบริหารจัดการโครงการและทรัพยากรของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ระบบสารสนเทศทางการเงินของ มสธ. ระบบนี้มีบทบาทสำคัญในการจัดการและประมวลผลข้อมูลทางการเงินทั้งหมดของมหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ: •บันทึกและติดตามข้อมูลการเงิน: ครอบคลุมรายรับ-รายจ่าย, งบประมาณ, การเบิกจ่าย, และการจัดทำบัญชีต่าง ๆ •สนับสนุนการตัดสินใจ: ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาแก่ผู้บริหาร เพื่อใช้ในการวางแผน, ควบคุม, และประเมินผลการดำเนินงานทางการเงิน •เพิ่มประสิทธิภาพ: ลดความผิดพลาดในการทำงาน, ลดระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูล, และเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการการเงิน •ปฏิบัติตามกฎระเบียบ: ช่วยให้การดำเนินงานทางการเงินของ มสธ. เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการและมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการของ มสธ. ก่อนที่ มสธ. จะลงทุนในโครงการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้าง, โครงการวิจัย, โครงการพัฒนาหลักสูตร, หรือโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จะมีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าโครงการนั้น ๆ คุ้มค่าและสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ การศึกษาความเป็นไปได้จะพิจารณาในหลายมิติ: 1.ความเป็นไปได้ด้านเทคนิค (Technical Feasibility): oโครงการสามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่หรือไม่? oบุคลากรของ มสธ. มีความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะดำเนินโครงการหรือไม่? oโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ที่จำเป็นมีพร้อมหรือไม่? 2.ความเป็นไปได้ด้านเศรษฐศาสตร์/การเงิน (Economic/Financial Feasibility): oโครงการมีความคุ้มค่าทางการเงินหรือไม่? oผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น? oมีแหล่งเงินทุนเพียงพอหรือไม่? และผลกระทบทางการเงินต่อมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร? oการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break-even Analysis) และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) 3.ความเป็นไปได้ด้านกฎหมายและข้อบังคับ (Legal and Regulatory Feasibility): oโครงการเป็นไปตามกฎหมาย, กฎระเบียบ, และนโยบายของรัฐหรือมหาวิทยาลัยหรือไม่? oมีข้อจำกัดทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงการหรือไม่? 4.ความเป็นไปได้ด้านการดำเนินงาน (Operational Feasibility): oโครงการจะสามารถบูรณาการเข้ากับการดำเนินงานปัจจุบันของ มสธ. ได้อย่างราบรื่นหรือไม่? oบุคลากรและกระบวนการทำงานจะได้รับผลกระทบอย่างไร และมีการปรับตัวอย่างไร? 5.ความเป็นไปได้ด้านการตลาด/ประโยชน์ต่อผู้เรียน/สังคม (Market/Beneficiary Feasibility): oโครงการตอบสนองความต้องการของผู้เรียน, บุคลากร, หรือสังคมหรือไม่? oมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและเพียงพอที่จะรับประโยชน์จากโครงการหรือไม่? ________________________________________ สาระสำคัญที่ควรอ่านเพื่อเตรียมสอบ ระบบสารสนเทศทางการเงินและการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการของ มสธ. ควรอ่านและทำความเข้าใจประเด็นหลักเหล่านี้: 1. ระบบสารสนเทศทางการเงิน (Financial Information System - FIS) •แนวคิดและวัตถุประสงค์: oความหมายของ FIS และบทบาทในการบริหารการเงินขององค์กร/มหาวิทยาลัย oวัตถุประสงค์หลักของการมี FIS (เช่น การบันทึกบัญชี, การรายงาน, การควบคุม, การสนับสนุนการตัดสินใจ) •องค์ประกอบและหน้าที่: oส่วนประกอบหลักของ FIS (เช่น ระบบบัญชีแยกประเภท, ระบบลูกหนี้, ระบบเจ้าหนี้, ระบบสินทรัพย์ถาวร, ระบบงบประมาณ) oฟังก์ชันการทำงานหลักของแต่ละส่วนประกอบ •ประโยชน์และข้อจำกัด: oประโยชน์ที่ มสธ. ได้รับจาก FIS (เช่น ประสิทธิภาพ, ความถูกต้อง, ความโปร่งใส, การลดต้นทุน, การปฏิบัติตามกฎระเบียบ) oความท้าทายหรือข้อจำกัดในการนำ FIS มาใช้หรือดูแลรักษา •เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง: oแนวคิดพื้นฐานของฐานข้อมูล, เครือข่าย, และความปลอดภัยของข้อมูลทางการเงิน 2. การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Project Feasibility Study) •แนวคิดและความสำคัญ: oความหมายของการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และเหตุผลที่ต้องทำก่อนเริ่มโครงการ oความสำคัญของการศึกษาความเป็นไปได้ต่อการตัดสินใจลงทุนและบริหารความเสี่ยง •ประเภทของความเป็นไปได้ (มิติการศึกษา): oความเป็นไปได้ด้านเทคนิค (Technical Feasibility): ประเมินทรัพยากรทางเทคนิค (เครื่องมือ, เทคโนโลยี, ความรู้, ทักษะของบุคลากร) ว่าเพียงพอหรือไม่ oความเป็นไปได้ด้านเศรษฐศาสตร์/การเงิน (Economic/Financial Feasibility): การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลประโยชน์ (Cost-Benefit Analysis) การประเมินความคุ้มค่าทางการเงิน (เช่น ROI, NPV, IRR, Payback Period) แหล่งเงินทุนและการจัดสรรงบประมาณ oความเป็นไปได้ด้านกฎหมายและข้อบังคับ (Legal and Regulatory Feasibility): การปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง oความเป็นไปได้ด้านการดำเนินงาน (Operational Feasibility): โครงการจะสามารถนำไปปฏิบัติและบูรณาการเข้ากับระบบงานปัจจุบันของ มสธ. ได้อย่างไร ผลกระทบต่อบุคลากรและกระบวนการ oความเป็นไปได้ด้านการตลาด/สังคม/สิ่งแวดล้อม (Market/Social/Environmental Feasibility): (อาจมีหรือไม่มี ขึ้นอยู่กับประเภทโครงการ) โครงการตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม •ขั้นตอนในการศึกษาความเป็นไปได้: oการกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ oการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล oการประเมินทางเลือก oการจัดทำรายงานและการนำเสนอ 3. ความเชื่อมโยงระหว่าง FIS และการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ •ข้อมูลจากการศึกษาความเป็นไปได้ (โดยเฉพาะด้านการเงิน) เป็น input สำคัญสำหรับ FIS ในการวางแผนงบประมาณและการจัดสรรทรัพยากร •FIS ใช้ในการติดตาม ควบคุม และรายงานสถานะทางการเงินของโครงการตลอดวงจรชีวิตโครงการ •ผลลัพธ์จาก FIS สามารถนำมาใช้ในการประเมินผลโครงการหลังเส
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
3.0 (1)
จังหวัดระยอง
หนังสือธุรกิจและการบริหารอื่นๆ : ร้าน Paperloop: คำอธิบายจากทางร้าน หนังสือมือสองคัดสภาพ 70 - 99% หนังสือนิยาย หนังสือธรรมะ หนังสือธุรกิจ หนังสือจิตวิทยา หนังสือพัฒนาตนเอง how-to หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือปรัชญา วรรณกรรม หนังสือเด็ก ฯลฯ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือมือสองนะคะ บางเล่มอาจมีร่องรอยการอ่าน มีตำหนิต่างๆเล็กน้อย สันมุมไม่กริบ มีจุดเหลืองจากอากาศ คราบน้ำเล็กน้อย หรือรอยปากกา หนังสืออ่านได้ปกติ เนื้อหาคบทุกหน้า ขอลูกคาโปรดเข้าใจ ภาพทุกรูป ถ่ายจากสินค้าจริง หนังสือในร้านพร้อมส่งทุกรายการ ลูกค้าสามารถทักแชทขอดูรูปเพิ่มเติมได้นะคะ #หนังสือมือสอง #2 #จิตวิทยา #พัฒนาตนเอง #การเงินการลงทุน #หนังสือทั่วไป #หุ้น #ธุรกิจ #ค้าขาย #การเงิน #การบริหาร #เล่นหุ้น #สอนภาษา #หนังสือธรรมมะ #หนังสือสุขภาพ #สุขภาพ #หนังสือหายาก #ดูดวง #ท่องเที่ยว #เตรียมสอบ #ธรรมะ
฿180
Shopee
Paperloop
จังหวัดสมุทรปราการ
หนังสือธุรกิจและการบริหารอื่นๆ : ร้าน RelaxAtHome: คู่มือการวิเคราะห์ ความเป็นไปได้โครงการ. กรณีศึกษา : โครงการลงทุนเอกชน และโครงการอสังหาริมทรัพย์
฿2,500
Shopee
RelaxAtHome
จังหวัดสมุทรปราการ
หนังสือธุรกิจและการบริหารอื่นๆ : ร้าน 44โกญจา หนังสือเก่า: การบริหารโครงการ และการศึกษาความเป็นไปได้ ฐาปนา ฉิ่นไพศาล และคณะ #หนังสือมือสอง #หนังสือเรียนMBA
฿165
Shopee
44โกญจา หนังสือเก่า
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ร้านค้าแนะนำ
หนังสือธุรกิจและการบริหารอื่นๆ : ร้าน RelaxAtHome: การวางแผนโครงการ และการศึกษาความเป็นไปได้ Project Planning and Feasibility Study ผู้เขียน ศ.สุรศักดิ์ นานานุกูล (ปกแข็ง)
฿995
Shopee
RelaxAtHome
จังหวัดสมุทรปราการ
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน Herobooks: การบริหารโครงการ และการศึกษาความเป็นไปได้ รองศาสตราจารย์ฐาปนา ฉิ่นไพศาล/รองศาสตราจารย์อัจฉรา ชีวะตระกูลกิจ หนังสือมือสอง สันปกมีคราบเหลือง สภาพดี 95% ราคาปก 250 บาท กล่าวถึงกระบวนการในการบริหารโครงการ ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการวางแผน การวิเคราะห์โครงการ การติดตามและประเมินผล รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและรายละเอียดของการบริหารโครงการในแต่ละด้าน ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารโครงการการวางแผนโครงการการศึกษาด้านการตลาดการศึกษาทางเทคนิคการศึกษาด้านการบริหารแหล่งเงินทุนและต้นทุน เงินทุนของโครงการการประมาณการด้านการเงินของโครงการการวิเคราะห์ด้านการเงินการวิเคราะห์โครงการภายใต้ความเสี่ยงและความไวการติดตามและประเมินผลโครงการ
฿199
Shopee
Herobooks
จังหวัดนนทบุรี
หนังสือธุรกิจและการบริหารอื่นๆ : Informationขนาด: 0 จำนวนหน้า: 0 หน้า ครั้งที่พิมพ์: ครั้งที่ 11 ปีที่พิมพ์: ปี 2556 เนื้อหาโดยย่อ
ยังไม่ระบุราคา เปรียบเทียบราคา
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: ชุดวิชา 20301 เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ถือเป็นวิชาพื้นฐานที่สำคัญของสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มสธ. เพราะว่า: •อยู่ในกลุ่ม “ชุดวิชาพื้นฐาน” ร่วมกับวิชาอื่นๆ เช่น 20303 จิตวิทยาและวิทยาการการเรียนรู้ และ 20304 พื้นฐานวิชาชีพศึกษาศาสตร์ •มีเนื้อหาชัดเจนในเรื่องหลักการและแนวคิดพื้นฐาน เช่น การจัดระบบ ออกแบบระบบ พฤติกรรม วิธีการ สื่อสาร สภาพแวดล้อม การจัดการ และการประเมิน ซึ่งล้วนเป็นกรอบหลักของเทคโนโลยีและสื่อสารเพื่อการศึกษา ในหลักสูตรปริญญาตรี มสธ. สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ วิชานี้จึงเป็นบทแรกของการเรียนรู้ ซึ่งช่วยวางโครงสร้างความรู้เบื้องต้นได้ดีมาก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีด้านการศึกษาโดยเฉพาะ ________________________________________ แนวทางและวัตถุประสงค์ •ชุดวิชานี้มุ่งให้เข้าใจแนวคิดของเทคโนโลยีการศึกษาและขอบข่ายการใช้งาน เช่น การจัดระบบ, การออกแบบสื่อ, พฤติกรรม, สภาพแวดล้อม และการประเมิน •เนื้อหาครอบคลุมทั้งระดับแนวคิด ทฤษฎี และการใช้งานจริงในแวดวงการสอนและสื่อสารเพื่อการศึกษา ________________________________________ โครงสร้างหลักสูตร & หน่วยการเรียน ชุดวิชามี 15 หน่วยเรียนหลัก แต่บางแพลตฟอร์มแยกเป็น 16 ช่วง เช่น การวิเคราะห์เนื้อหา, การผลิตสื่อและคู่มือ รวมถึง: 1.แนวคิดเทคโนโลยีการศึกษา 2.เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษากับการศึกษา 3.การจัดระบบและออกแบบระบบ 4.พฤติกรรมและวิธีการทางการศึกษา 5.สภาพแวดล้อม การจัดการ และการประเมิน 6.การสื่อสารการศึกษา 7.สื่อสิ่งพิมพ์ 8.สื่อโสตทัศน์ 9.สื่อเสียง 10.สื่อภาพ 11.สื่อสามมิติและนิทรรศการ 12.สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 13.สื่อสังคม 14.เทคโนโลยีสำหรับการจัดการศึกษาที่บ้าน 15.เทคโนโลยีในชุมชน แต่ละหน่วยประกอบด้วย: •เอกสารประกอบการสอน (e-book) •แบบประเมินตนเองก่อนและหลังเรียน •แบบทดสอบออนไลน์ เช่น วิชาใน Skill Development Platform ________________________________________ สื่อการเรียน •มี e-book (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2) สำหรับปีการศึกษา 2567 •มี ซีดีเสียง ครอบคลุมแนวคิดเทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่อการศึกษา •มี วีดิทัศน์บทเรียน (STOU Channel) เช่น หัวข้อ “การวิเคราะห์เนื้อหา” และ “สื่อสามมิติ” ________________________________________ ประโยชน์หลักของการเรียน •เข้าใจทั้งทฤษฎีและกรอบแนวคิดของเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาในมิติต่างๆ •ได้ฝึกวิเคราะห์ ออกแบบ และใช้สื่อสารการศึกษาในแบบบูรณาการ •เตรียมพร้อมนำไปประยุกต์ใช้ในระบบการศึกษา สถานศึกษาทั้งในและนอกระบบ ________________________________________ สรุปความเป็นพื้นฐานของวิชา 20301 ข้อเสนอรายละเอียด ตำแหน่งในหลักสูตรหนึ่งในวิชาพื้นฐาน (core subject) ของสาขาศึกษาศาสตร์ เนื้อหาครบด้านครอบคลุมองค์ความรู้สำคัญ เช่น การออกแบบระบบ พฤติกรรมการเรียนรู้ สื่อสาร และสื่อการสอน เครื่องมือเบื้องต้นใช้สื่อหลากหลาย เช่น e book, ซีดีเสียง, วิดีโอ — เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: สาระสำคัญของวิชา 20302 สถิติ วิจัย และประเมินผลการศึกษา ที่ควรอ่านและเข้าใจ เพื่อเตรียมสอบ ให้พร้อม (ทั้งปรนัยและอัตนัย) ________________________________________ ✅ 1. แนวคิดพื้นฐานการวิจัยทางการศึกษา •ความหมายของการวิจัย (วิจัยเชิงปริมาณ / เชิงคุณภาพ / ผสมผสาน) •ประเภทของการวิจัย: oเชิงพรรณนา (Descriptive) oเชิงทดลอง (Experimental) oเชิงเปรียบเทียบ (Causal-Comparative) oเชิงปฏิบัติการ (Action Research) •ขั้นตอนการทำวิจัย 5–7 ขั้นตอน (ปัญหา > วัตถุประสงค์ > สมมติฐาน > ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง > สถิติ > วิเคราะห์ผล > รายงาน) ________________________________________ ✅ 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง •เทคนิคการสุ่มตัวอย่าง: oสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) oสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified) oสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster) oสุ่มแบบตามสะดวก (Convenience) •การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง และความผิดพลาดในการสุ่ม (Sampling Error) ________________________________________ ✅ 3. เครื่องมือวิจัย •แบบสอบถาม, แบบสัมภาษณ์, แบบทดสอบ •การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ: oความตรง (Validity): เช่น ความตรงตามเนื้อหา (Content Validity) oความเชื่อมั่น (Reliability): เช่น ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s alpha) ________________________________________ ✅ 4. สถิติที่ใช้ในการวิจัย สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive) •ค่าเฉลี่ย (Mean), มัธยฐาน (Median), ฐานนิยม (Mode) •ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.), พิสัย (Range), ความแปรปรวน (Variance) สถิติเชิงอ้างอิง (Inferential) •การทดสอบ t-test (อิสระ / ไม่อิสระ) •การวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) •การหาค่าสหสัมพันธ์ (Pearson) •การทดสอบไคสแควร์ (Chi-square) ________________________________________ ✅ 5. การประเมินผลการเรียนรู้ •การวัดผล: วัดด้านพุทธิพิสัย (ความรู้), เจตพิสัย (ทัศนคติ), ทักษะพิสัย (ปฏิบัติ) •การประเมินผล: oการประเมินก่อน–หลังเรียน oการประเมินแบบต่อเนื่อง (Formative) oการประเมินปลายภาค (Summative) ________________________________________ ✅ 6. การแปลผล และการใช้ผลวิจัย/ประเมิน •การอ่านค่า z-score, T-score, Percentile rank •การสรุปผลเพื่อพัฒนาการสอน / การตัดสินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน •การเขียนรายงานวิจัย และอ้างอิงสถิติ
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอื่นๆ : ร้าน BESTOWCON.COM: 96408 การจัดการระบบฐานข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโลกไอทีในปัจจุบัน เนื้อหาที่คุณสรุปมาครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการประยุกต์ใช้ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมได้ง่ายขึ้น ผมสรุปประเด็นสำคัญแยกเป็นหมวดหมู่ให้ดังนี้ ________________________________________ 1. พื้นฐานและโครงสร้าง (Foundation & Structure) ระบบฐานข้อมูล (Database System) คือการเก็บรวบรวมข้อมูลที่สัมพันธ์กันไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึง จัดการ และอัปเดตข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ •คุณสมบัติและโครงสร้าง: ข้อมูลในฐานข้อมูลต้องมีความถูกต้อง (Accuracy) และมีความคงสภาพ (Integrity) •โครงสร้างทางตรรกภาพ (Logical) vs กายภาพ (Physical): oLogical: สิ่งที่ผู้ใช้มองเห็น เช่น ตาราง (Table), แถว (Record), คอลัมน์ (Field) oPhysical: วิธีที่ข้อมูลถูกจัดเก็บจริงในฮาร์ดดิสก์ เช่น Bit, Byte, Block ________________________________________ 2. ความสัมพันธ์และพจนานุกรมข้อมูล (Relations & Data Dictionary) การจะทำให้ข้อมูล คุยกันรู้เรื่อง ต้องมีการออกแบบความสัมพันธ์ (Relationships) เช่น: •One-to-One (1:1): เช่น ประชาชน 1 คน มีเลขบัตรประชาชนได้ 1 เลข •One-to-Many (1:M): เช่น ลูกค้า 1 คน สามารถมีคำสั่งซื้อได้หลายรายการ •Many-to-Many (M:M): เช่น นักเรียนหลายคน ลงทะเบียนเรียนได้หลายวิชา พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary): เปรียบเสมือน คู่มือของฐานข้อมูล ที่บอกว่าแต่ละฟิลด์คืออะไร เก็บข้อมูลประเภทไหน (เช่น ตัวเลขหรือตัวอักษร) และมีข้อจำกัดอย่างไร ________________________________________ 3. คุณภาพและการจัดการสารสนเทศ (Data Quality & Information Management) ข้อมูลที่ดี (Data) เมื่อผ่านกระบวนการประมวลผลจะกลายเป็น สารสนเทศ (Information) ที่มีคุณค่า โดยมีคุณสมบัติที่ดีคือ: •ความทันเวลา (Timeliness): ข้อมูลต้องเป็นปัจจุบัน •ความครบถ้วน (Completeness): ข้อมูลต้องไม่ขาดหายในส่วนสำคัญ •ความเกี่ยวข้อง (Relevance): ต้องตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งาน ________________________________________ 4. ความปลอดภัยของระบบ (Database Security) เป็นเรื่องที่สำคัญมากในปัจจุบัน เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการสูญหายของข้อมูล: •การกำหนดสิทธิ์ (Authentication & Authorization): ใครทำอะไรกับข้อมูลได้บ้าง? •การสำรองข้อมูล (Backup & Recovery): การเตรียมรับมือหากระบบล่ม •การเข้ารหัส (Encryption): ป้องกันการแอบอ่านข้อมูลระหว่างทาง ________________________________________ 5. กรณีศึกษาและสถานการณ์จำลอง ในวิชานี้ คุณจะได้เห็นว่าธุรกิจนำฐานข้อมูลไปใช้ทำอะไรบ้าง เช่น: •ระบบธนาคาร: การจัดการยอดเงินและการโอนเงิน (Concurrency Control) •ระบบ E-commerce: การตัดสต็อกสินค้าและการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า •ระบบโรงพยาบาล: การเชื่อมโยงประวัติคนไข้จากหลายๆ แผนก ________________________________________
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: วิชา 32345 การจัดการการเงินและการจัดการความเสี่ยง เป็นวิชาที่มักอยู่ในหลักสูตรสายบริหารธุรกิจ/การเงิน ซึ่งเนื้อหาหลักจะเน้นไปที่การวางแผน บริหาร และป้องกันความเสี่ยงทางการเงินขององค์กร รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยที่อาจกระทบต่อกระแสเงินสด ผลตอบแทน และมูลค่ากิจการ ________________________________________ โครงสร้างเนื้อหาโดยทั่วไป 1.บทนำเกี่ยวกับการจัดการการเงิน oเป้าหมายของการจัดการการเงิน (เพิ่มมูลค่ากิจการ, บริหารสภาพคล่อง, ลดต้นทุนเงินทุน) oความสัมพันธ์ระหว่างการเงิน การลงทุน และการดำเนินงาน 2.ความเสี่ยงทางการเงินและประเภทของความเสี่ยง oความเสี่ยงด้านตลาด (Market Risk) oความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) oความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) oความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน 3.การวัดและประเมินความเสี่ยง oการใช้สถิติและตัวชี้วัด เช่น Standard Deviation, Beta, Value at Risk (VaR) oการวิเคราะห์สถานการณ์ (Scenario Analysis) oการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) 4.เครื่องมือและกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง oการกระจายการลงทุน (Diversification) oการใช้ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) เช่น Futures, Options, Swaps oการทำ Hedging เพื่อลดความเสี่ยง 5.การตัดสินใจทางการเงินภายใต้ความเสี่ยง oCapital Budgeting ภายใต้ความไม่แน่นอน oการใช้ Expected Value และ Decision Tree 6.การจัดการสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน oการบริหารเงินสด ลูกหนี้ และสินค้าคงคลัง oการหาแหล่งเงินทุนและการควบคุมต้นทุนทางการเงิน ________________________________________ เป้าหมายการเรียน •เข้าใจว่าความเสี่ยงเกิดขึ้นจากอะไร และส่งผลต่อองค์กรอย่างไร •สามารถวัดและวิเคราะห์ความเสี่ยงได้ •เลือกใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสม •ตัดสินใจลงทุนและวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ________________________________________ การจัดการการเงิน (Financial Management) คือกระบวนการวางแผน จัดการ และควบคุมกิจกรรมทางการเงินขององค์กรหรือบุคคล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพิ่มมูลค่าสูงสุด ให้กับองค์กร ซึ่งครอบคลุมถึง: •การตัดสินใจลงทุน (Investment Decisions): การพิจารณาว่าจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ใด เช่น โครงการใหม่ ที่ดิน หรือหลักทรัพย์ •การตัดสินใจระดมทุน (Financing Decisions): การเลือกแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมจากธนาคาร การออกหุ้น หรือการใช้กำไรสะสม •การตัดสินใจจ่ายเงินปันผล (Dividend Decisions): การพิจารณาว่าจะจ่ายกำไรให้ผู้ถือหุ้นเท่าไหร่ และจะเก็บส่วนหนึ่งไว้เพื่อลงทุนต่อเท่าไหร่ การจัดการความเสี่ยง (Risk Management) คือกระบวนการระบุ ประเมิน และลดผลกระทบเชิงลบจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อ ปกป้องมูลค่า ขององค์กรและทำให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่: •ความเสี่ยงด้านการตลาด (Market Risk): ความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ อัตราแลกเปลี่ยน หรืออัตราดอกเบี้ย •ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk): ความเสี่ยงที่ลูกหนี้จะไม่สามารถชำระหนี้ได้ •ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk): ความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดของบุคลากร กระบวนการ หรือระบบงาน •ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk): ความเสี่ยงที่องค์กรไม่สามารถจัดหาเงินสดได้เพียงพอต่อภาระหนี้สินในระยะสั้น การจัดการการเงินและการจัดการความเสี่ยง มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด โดยการตัดสินใจทางการเงินทุกครั้งควรคำนึงถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: 32484 ความรู้พื้นฐานของมัคคุเทศก์และการท่องเที่ยวอาเซียน ของ มสธ. สาระสำคัญโดยสรุป: ส่วนที่ 1: ความรู้พื้นฐานของมัคคุเทศก์ •แนวคิดและบทบาทของมัคคุเทศก์: อธิบายความหมาย ความสำคัญ และจรรยาบรรณของมัคคุเทศก์ •ประเภทของมัคคุเทศก์: แบ่งตามกลุ่มลูกค้า (เช่น มัคคุเทศก์นำเที่ยวแบบอิสระ มัคคุเทศก์ประจำบริษัท) และตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (เช่น มัคคุเทศก์ธรรมชาติ มัคคุเทศก์เชิงศิลปะและวัฒนธรรม) •ทักษะที่จำเป็น: มุ่งเน้นทักษะด้านการสื่อสาร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การนำเสนอ และการจัดการกลุ่ม •การเตรียมตัวและนำเที่ยว: ครอบคลุมขั้นตอนตั้งแต่การวางแผน การเตรียมข้อมูล การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการประเมินผลหลังการเดินทาง ส่วนที่ 2: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยว •ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการท่องเที่ยว: ครอบคลุมความหมาย องค์ประกอบ และประเภทของการท่องเที่ยว •การจัดการธุรกิจนำเที่ยว: อธิบายการดำเนินงานของบริษัทนำเที่ยว เช่น การวางแผนโปรแกรมทัวร์ การกำหนดราคา และการตลาด •การให้บริการและการสร้างความประทับใจ: เน้นกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น การบริการที่มีคุณภาพ การสร้างความผูกพัน และการแก้ไขข้อร้องเรียน ส่วนที่ 3: การท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน •ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอาเซียน: อธิบายภูมิหลัง ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศสมาชิกอาเซียน •แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอาเซียน: รวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ หรือวัฒนธรรม •การเตรียมตัวสำหรับการท่องเที่ยวอาเซียน: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารการเดินทาง กฎระเบียบของแต่ละประเทศ และข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยว ________________________________________ สาระสำคัญที่ควรอ่านเพื่อเตรียมสอบ คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อการเตรียมสอบ 1.อ่านให้ครอบคลุมทุกหน่วย: แม้จะเน้นส่วนสำคัญ แต่การอ่านให้ครบทุกหน่วยจะช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมทั้งหมดและสามารถตอบคำถามในลักษณะที่เชื่อมโยงกันได้ 2.ทำความเข้าใจมากกว่าการท่องจำ: ข้อสอบของ มสธ. มักจะเน้นการวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ ดังนั้นการทำความเข้าใจหลักการและเหตุผลจะดีกว่าการท่องจำ 3.ฝึกตอบคำถามในลักษณะสถานการณ์: ลองตั้งคำถามขึ้นมาเองว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นในทริปท่องเที่ยว ฉันในฐานะมัคคุเทศก์ควรจะทำอย่างไร? จะช่วยให้คุณพร้อมรับมือกับข้อสอบที่เน้นการปฏิบัติ 4.ทบทวนเอกสารประกอบการสอน: เอกสารที่ มสธ. จัดส่งให้เป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุด ควรใช้เป็นหลักในการทบทวน
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: สาระสำคัญที่ควรเน้นอ่านเพื่อเตรียมสอบ ได้ดังนี้: หมวดที่ 1: การเงินส่วนบุคคล (หน่วยที่ 1–8) หน่วยที่ 1: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคล •ความหมายของการเงินส่วนบุคคล •วงจรชีวิตทางการเงิน •เป้าหมายทางการเงินในแต่ละช่วงวัย •ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการเงินส่วนบุคคล (เศรษฐกิจ ดอกเบี้ย ภาษี) หน่วยที่ 2: เครื่องมือในการจัดการเงิน •รายรับ-รายจ่าย •งบประมาณรายเดือน •งบดุลส่วนบุคคล •อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (Debt ratio, Liquidity ratio ฯลฯ) หน่วยที่ 3: วางแผนจัดหาสินทรัพย์มูลค่าสูง •หลักการกู้ยืม: ดอกเบี้ยคงที่-ลอยตัว •การเลือกซื้อบ้าน / รถ / ทรัพย์สิน •เงินดาวน์และภาระผ่อน หน่วยที่ 4: การวางแผนการลงทุน •ประเภทของสินทรัพย์ลงทุน: เงินฝาก หุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวม •ความเสี่ยง & ผลตอบแทน •การกระจายความเสี่ยง (Diversification) หน่วยที่ 5: การวางแผนประกันภัย •ประเภทของประกัน: ชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน •การประเมินความคุ้มค่า •หลักการใช้ประกันเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง หน่วยที่ 6: การวางแผนเพื่อการเกษียณ •การคำนวณเงินออมเพื่อเกษียณ •ปัจจัยที่มีผล: อายุ, ค่าครองชีพ, อัตราเงินเฟ้อ •กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กอช, RMF หน่วยที่ 7: การวางแผนภาษีและมรดก •การลดหย่อนภาษี เช่น เบี้ยประกัน, RMF, SSF •มรดก / พินัยกรรม / ภาษีมรดกเบื้องต้น หน่วยที่ 8: การจัดทำแผนการเงินแบบบูรณาการ •การนำทุกแผนมารวมเป็นแผนเดียว •การจัดลำดับความสำคัญ •เทคนิคการควบคุมแผนทางการเงิน ________________________________________ หมวดที่ 2: ภาษีอากร (หน่วยที่ 9–15) หน่วยที่ 9: ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษี •หลักการจัดเก็บภาษี •ประเภทภาษี: ทางตรง-ทางอ้อม •โครงสร้างระบบภาษีในไทย หน่วยที่ 10: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา •เกณฑ์การเสียภาษี (รายได้ 8 ประเภท) •คำนวณรายได้สุทธิ (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) •อัตราภาษีแบบขั้นบันได •การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 / 91 หน่วยที่ 11: ภาษีเงินได้นิติบุคคล •รายได้ / ค่าใช้จ่ายของบริษัท •อัตราภาษี •การหักภาษี ณ ที่จ่าย หน่วยที่ 12: ภาษีมูลค่าเพิ่ม / ธุรกิจเฉพาะ / อากรแสตมป์ •กิจการที่อยู่/ไม่อยู่ในระบบ VAT •การคำนวณ VAT (7%) •ธุรกิจเฉพาะ (เช่น ธนาคาร, ประกัน) •อากรแสตมป์: ใช้กับเอกสารอะไร หน่วยที่ 13: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย •รายการที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย •อัตราการหัก เช่น 3%, 5%, 15% •การนำส่งภาษี หน่วยที่ 14: ภาษีพิเศษ •ภาษีสรรพสามิต, ศุลกากร, ปิโตรเลียม •ลักษณะเฉพาะของแต่ละภาษี หน่วยที่ 15: ภาษีท้องถิ่น •ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง •ภาษีป้าย •ภาษีมรดก ________________________________________ ✅ สรุปหัวข้อที่ มักออกสอบ •นิยาม/ความหมายของการเงินส่วนบุคคลและภาษีแต่ละประเภท •วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา •การจัดการงบประมาณและวางแผนการเงิน •การคำนวณการลงทุนและเงินออมเพื่อเป้าหมาย •ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ VAT •การวางแผนเกษียณ/มรดก
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
3.0 (1) ขายเเล้ว 1
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: ชุดวิชา 21328 นวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย เป็นชุดวิชาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของนวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับวัยค่ะ ชุดวิชานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและสื่อต่างๆ มีอิทธิพลต่อชีวิตของเด็กมากขึ้น เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัยสามารถเลือก ประยุกต์ใช้ และจัดการกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้อย่างรู้เท่าทันและสร้างสรรค์ ภาพรวมและสาระสำคัญของชุดวิชา 21328 ชุดวิชานี้คาดว่าจะครอบคลุมเนื้อหาหลักๆ ดังนี้: 1.แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับนวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีการศึกษา: oความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษา: การคิดค้นหรือนำสิ่งใหม่ๆ มาใช้ในการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ. oความหมายและประเภทของสื่อการศึกษา: สื่อดั้งเดิม (เช่น นิทาน, ของเล่น, บัตรภาพ) และสื่อสมัยใหม่ (เช่น สื่อดิจิทัล, แอปพลิเคชัน). oความหมายและบทบาทของเทคโนโลยีการศึกษา: การนำเครื่องมือและระบบต่างๆ มาช่วยในการจัดการเรียนรู้. oความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยีในการพัฒนาเด็กปฐมวัย. 2.ทฤษฎีและหลักการที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อและเทคโนโลยีในเด็กปฐมวัย: oทฤษฎีพัฒนาการเด็กที่เกี่ยวข้อง (เช่น เพียเจต์, วิกอทสกี้, อีริคสัน) เพื่อทำความเข้าใจว่าเด็กเรียนรู้และรับรู้สื่อได้อย่างไรในแต่ละช่วงวัย. oหลักการออกแบบและเลือกสื่อ/เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพัฒนาการและวัยของเด็ก. oแนวคิดการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-based Learning) กับการใช้สื่อและเทคโนโลยี. 3.ประเภทและลักษณะของสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาปฐมวัย: oสื่อที่ไม่ใช่ดิจิทัล: ของเล่นพัฒนาการ, นิทานภาพ, บัตรคำ, สื่อธรรมชาติ, สื่อศิลปะ. oสื่อดิจิทัลและเทคโนโลยี: แอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้ (Educational Apps): ประเภท, การเลือกเนื้อหาที่เหมาะสม, ประโยชน์ในการส่งเสริมพัฒนาการแต่ละด้าน (ภาษา, สติปัญญา, สังคม-อารมณ์). นิทานอิเล็กทรอนิกส์ (E-books): รูปแบบ, การมีปฏิสัมพันธ์. เกมการศึกษา (Educational Games): รูปแบบ, ประโยชน์, ข้อควรระวัง. อุปกรณ์เทคโนโลยี: แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์, จอ Interactive, หุ่นยนต์/โค้ดดิ้งเบื้องต้น. สื่อประสม (Multimedia): การใช้ภาพ, เสียง, วิดีโอ เพื่อสร้างประสบการณ์. 4.การประยุกต์ใช้และออกแบบกิจกรรมด้วยสื่อและเทคโนโลยี: oวิธีการนำสื่อและเทคโนโลยีไปใช้ในการจัดประสบการณ์เรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการแต่ละด้าน (ด้านร่างกาย, อารมณ์-จิตใจ, สังคม, สติปัญญา, ภาษา). oการออกแบบกิจกรรมที่บูรณาการการใช้สื่อ/เทคโนโลยีเข้ากับการเล่นและการเรียนรู้ในชีวิตประจำวันของเด็ก. oการใช้สื่อ/เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. 5.บทบาทของผู้ใหญ่ (ครู, ผู้ปกครอง) ในการใช้สื่อและเทคโนโลยี: oการเป็นผู้คัดเลือกและชี้นำ: การเลือกสื่อ/เทคโนโลยีที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีคุณภาพ. oการเป็นผู้ร่วมเรียนรู้และปฏิสัมพันธ์: การดู/เล่น/ทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก เพื่อเป็นสื่อกลางใน
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: วิชา 30211 องค์การและการจัดการ และการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ของ มสธ. นั้นเป็นวิชาพื้นฐานที่สำคัญสำหรับนักรัฐศาสตร์ เพราะจะช่วยให้เข้าใจโครงสร้างการทำงานขององค์กร การบริหารจัดการ รวมถึงการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยเนื้อหาของวิชานี้ครอบคลุมหลายหมวดหลัก เช่น: ________________________________________ หมวดเนื้อหาหลักของวิชา 30211 1.พื้นฐานองค์การและการจัดการ oความหมายและลักษณะขององค์การ oทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการ oโครงสร้างองค์การและประเภทขององค์กร oหน้าที่และบทบาทของผู้บริหาร 2.กระบวนการบริหารและการวางแผน oการวางแผน (Planning) oการจัดองค์การ (Organizing) oการนำบุคคล (Leading) oการควบคุม (Controlling) 3.การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management - HRM) oการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร oการฝึกอบรมและพัฒนา oการประเมินผลและการบริหารผลการปฏิบัติงาน oการสร้างแรงจูงใจและความสัมพันธ์ในองค์กร 4.กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล oกฎหมายแรงงาน oกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน oระเบียบและนโยบายของภาครัฐ 5.การบริหารงานในภาครัฐและภาคเอกชน oความแตกต่างระหว่างการบริหารภาครัฐและเอกชน oระบบราชการและการบริหารภาครัฐ oแนวทางการบริหารองค์กรในยุคปัจจุบัน ________________________________________
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
2.0 (2)
จังหวัดระยอง
หนังสือธุรกิจและการบริหารอื่นๆ : ร้าน BESTOWCON.COM: รายวิชา 30210 หลักการตลาดและการจัดการการดำเนินงาน ของ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เป็นรายวิชาพื้นฐานที่รวมเนื้อหาสำคัญ 2 ด้าน คือ ________________________________________ 1. หลักการตลาด (Marketing Principles) เนื้อหาหลักจะครอบคลุมหัวข้อเหล่านี้: •ความหมายและความสำคัญของการตลาด •ส่วนประสมทางการตลาด (4P: Product, Price, Place, Promotion) •พฤติกรรมผู้บริโภค •การแบ่งส่วนตลาด การกำหนดตลาดเป้าหมาย และการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ •การวิจัยตลาด •กลยุทธ์การตลาด •การตลาดดิจิทัลเบื้องต้น ________________________________________ 2. การจัดการการดำเนินงาน (Operations Management) เนื้อหาเกี่ยวข้องกับการวางแผน การควบคุม และการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการบริการ เช่น: •แนวคิดพื้นฐานของการดำเนินงาน •การวางแผนการผลิตและบริการ •การควบคุมคุณภาพ •การจัดการสินค้าคงคลัง •การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) •การจัดตารางการผลิต •การบริหารทรัพยากรในกระบวนการผลิตและบริการ ________________________________________ ✅ ผลลัพธ์การเรียนรู้ หลังเรียนจบ นิสิตจะสามารถ: •อธิบายหลักการตลาดพื้นฐาน และนำไปวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้ •วิเคราะห์และจัดการการดำเนินงานขององค์กรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ________________________________________
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: 32494 การวิจัยธุรกิจและการจัดการเพื่อความยั่งยืน ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เป็นวิชาที่มุ่งเน้นการศึกษาหลักการและกระบวนการทำวิจัยทางธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการจัดการเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Management) ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน สาระสำคัญของวิชา วิชานี้จะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ การวิจัยธุรกิจ (Business Research) และ การจัดการเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Management) โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ: ส่วนที่ 1: การวิจัยธุรกิจ ส่วนนี้จะครอบคลุมกระบวนการวิจัยทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุด ประกอบด้วย: •แนวคิดและความสำคัญของการวิจัยธุรกิจ: ทำความเข้าใจว่าการวิจัยคืออะไรและมีความสำคัญอย่างไรต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ •ขั้นตอนการวิจัย: เรียนรู้กระบวนการวิจัยอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การกำหนดปัญหา, การทบทวนวรรณกรรม, การออกแบบการวิจัย, การเก็บรวบรวมข้อมูล, การวิเคราะห์ข้อมูล, จนถึงการเขียนรายงาน •ประเภทของการวิจัย: ศึกษาความแตกต่างระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมถึงวิธีการเก็บข้อมูลที่เหมาะสม •สถิติเพื่อการวิจัย: ทำความรู้จักกับการใช้สถิติพื้นฐานเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลวิจัย ส่วนที่ 2: การจัดการเพื่อความยั่งยืน ส่วนนี้จะเน้นไปที่การประยุกต์ใช้หลักการวิจัยเพื่อตอบโจทย์การจัดการธุรกิจอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย: •แนวคิดและความสำคัญของการจัดการเพื่อความยั่งยืน: ทำความเข้าใจว่าทำไมธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม •กรอบแนวคิดความยั่งยืน: ศึกษาองค์ประกอบหลักของความยั่งยืนที่เรียกว่า Triple Bottom Line ซึ่งประกอบด้วย เศรษฐกิจ (Economic), สังคม (Social), และสิ่งแวดล้อม (Environmental) •การจัดการตามหลักความยั่งยืน: เรียนรู้วิธีการนำหลักการความยั่งยืนไปปรับใช้ในการดำเนินงานขององค์กร เช่น การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน, การตลาดสีเขียว, หรือการสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน •การประเมินและรายงานความยั่งยืน: ทำความเข้าใจการวัดผลและการรายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร ส่วนที่ 1: การจัดการธุรกิจ หน่วยที่ 1: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแผนธุรกิจ •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะปูพื้นฐานแนวคิดเกี่ยวกับ แผนธุรกิจ (Business Plan) โดยเน้นที่องค์ประกอบ, ความสำคัญ, และประเภทของแผนธุรกิจ คุณจะได้เรียนรู้ว่าทำไมการมีแผนธุรกิจจึงจำเป็นต่อการเริ่มต้นและขยายธุรกิจ รวมถึงขั้นตอนการเขียนแผนธุรกิจเบื้องต้น หน่วยที่ 2: แผนธุรกิจแคนวาส •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะเจาะลึกที่เครื่องมือที่เรียกว่า Business Model Canvas ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างและทบทวนรูปแบบธุรกิจอย่างกระชับและเป็นระบบ คุณจะได้เรียนรู้การทำความเข้าใจองค์ประกอบหลัก 9 ส่วน เช่น กลุ่มลูกค้า, คุณค่าของผลิตภัณฑ์, ช่องทาง, และโครงสร้างต้นทุน หน่วยที่ 3: การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและการแข่งขันธุรกิจ •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะเน้นที่การทำ การวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อธุรกิจ เครื่องมือสำคัญที่ควรรู้คือ SWOT Analysis (จุดแข็ง, จุดอ่อน, โอกาส, อุปสรรค) และ การวิเคราะห์คู่แข่ง เพื่อให้ธุรกิจสามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม หน่วยที่ 4: แนวคิดในการสร้างธุรกิจใหม่ •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะพูดถึงกระบวนการ สร้างธุรกิจใหม่ (New Venture Creation) ตั้งแต่การค้นหาแนวคิดทางธุรกิจ, การประเมินความเป็นไปได้, ไปจนถึงการเริ่มต้นธุรกิจ (Start-up) และการระดมทุน หน่วยที่ 5: แผนธุรกิจด้านการตลาด การผลิตและดำเนินงาน •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะเจาะลึกที่ แผนการตลาด (Marketing Plan) โดยจะครอบคลุมถึงการกำหนดกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์, ราคา, ช่องทางการจัดจำหน่าย, และการส่งเสริมการตลาด นอกจากนี้ยังรวมถึง แผนการผลิตและการดำเนินงาน ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยที่ 6: แผนธุรกิจด้านทรัพยากรมนุษย์และการเงิน •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะอธิบายถึงการวางแผนด้าน ทรัพยากรมนุษย์ (HR Plan) ตั้งแต่การวางแผนกำลังคนไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร และ แผนการเงิน (Financial Plan) ที่ครอบคลุมการคาดการณ์รายได้, ค่าใช้จ่าย, และการจัดทำงบประมาณ หน่วยที่ 7: การประเมินผลประกอบการและการจัดการความเสี่ยงในแผนธุรกิจ •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะพูดถึงวิธีการ ประเมินผลการดำเนินงาน ของธุรกิจ รวมถึงการทำ การจัดการความเสี่ยง (Risk Management) โดยการระบุ, วิเคราะห์, และวางแผนรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจ ________________________________________ ส่วนที่ 2: การวิจัยธุรกิจ หน่วยที่ 8: ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการวิจัยธุรกิจ •สาระสำคัญ: หน่วยนี้เป็นบทนำของการวิจัยธุรกิจ โดยจะอธิบายความหมาย, ความสำคัญ, และประเภทของการวิจัย โดยเฉพาะ การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และ การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) หน่วยที่ 9: คำถามและวัตถุประสงค์ การทบทวนวรรณกรรม สมมติฐานและกรอบแนวคิดการวิจัย •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะพูดถึงขั้นตอนสำคัญของการวิจัย ได้แก่ การตั้ง คำถามและวัตถุประสงค์การวิจัย, การทำ การทบทวนวรรณกรรม เพื่อสร้างความรู้เดิม, และการสร้าง สมมติฐานและกรอบแนวคิด เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานวิจัย หน่วยที่ 10: การวิจัยเชิงคุณภาพ •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะเจาะลึกวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เช่น การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview), การสนทนากลุ่ม (Focus Group), และ การสังเกตการณ์ (Observation) หน่วยที่ 11: ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ‍‍‍ •สาระสำคัญ: หน่วยนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่าง ประชากร (Population) และ กลุ่มตัวอย่าง (Sample) รวมถึง เทคนิคการสุ่มตัวอย่าง แบบต่าง ๆ เช่น การสุ่มแบบง่าย, การสุ่มแบบมีระบบ, และการสุ่มแบบแบ่งชั้น
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: 33449 การบริหารการบริการสาธารณะและเครือข่าย เป็นชุดวิชาหนึ่งในหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (รป.บ.) ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) โดยมีเนื้อหาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบริการสาธารณะในบริบทที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน เนื้อหาหลักของชุดวิชานี้โดยทั่วไปครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้: ส่วนที่ 1: หลักการและแนวคิดพื้นฐานของการบริการสาธารณะ •ความหมายและลักษณะของการบริการสาธารณะ: ทำความเข้าใจถึงนิยาม ขอบเขต ความสำคัญ และลักษณะเฉพาะของการบริการสาธารณะที่แตกต่างจากการบริการของภาคเอกชน •วิวัฒนาการและแนวโน้มของการบริการสาธารณะ: ศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของการบริการสาธารณะในยุคต่างๆ และแนวโน้มที่สำคัญในปัจจุบัน เช่น การเปิดเสรี การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การใช้เทคโนโลยี และการให้ความสำคัญกับผู้รับบริการ •ทฤษฎีและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการบริการสาธารณะ: เรียนรู้ทฤษฎีและแนวคิดต่างๆ ที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการบริการสาธารณะ เช่น ทฤษฎีระบบ ทฤษฎีองค์การ ทฤษฎีการตัดสินใจ และแนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management) •คุณค่าและหลักการพื้นฐานของการบริการสาธารณะ: ทำความเข้าใจถึงคุณค่าที่สำคัญของการบริการสาธารณะ เช่น ความเสมอภาค ความเป็นธรรม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และหลักการพื้นฐานในการให้บริการที่มีคุณภาพ ส่วนที่ 2: การบริหารจัดการบริการสาธารณะ •การวางแผนและกำหนดนโยบายการบริการสาธารณะ: ศึกษาถึงกระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์ การกำหนดนโยบาย และการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในการให้บริการสาธารณะ •การจัดองค์การและการบริหารทรัพยากรในการบริการสาธารณะ: เรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบโครงสร้างองค์การ การบริหารทรัพยากรบุคคล การบริหารงบประมาณ และการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการ •การจัดการคุณภาพและการประเมินผลการบริการสาธารณะ: ทำความเข้าใจถึงแนวคิดและเครื่องมือในการจัดการคุณภาพ เช่น TQM, ISO, และการประเมินผลการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ •การบริหารความเสี่ยงและการจัดการปัญหาในการบริการสาธารณะ: เรียนรู้เกี่ยวกับการระบุ ประเมิน และจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการให้บริการ รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและวิกฤตการณ์ •การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ในการบริการสาธารณะ: ทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับผู้รับบริการและสาธารณชน รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ส่วนที่ 3: การบริหารเครือข่ายในการบริการสาธารณะ •ความหมายและแนวคิดของการบริหารเครือข่าย: ทำความเข้าใจถึงนิยาม ความสำคัญ และลักษณะของการบริหารจัดการความร่วมมือระหว่างองค์กรและภาคส่วนต่างๆ ในการให้บริการสาธารณะ •รูปแบบและประเภทของเครือข่ายในการบริการสาธารณะ: ศึกษาถึงรูปแบบต่างๆ ของเครือข่าย เช่น เครือข่ายแนวนอน เครือข่ายแนวตั้ง เครือข่ายอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ •ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างและบริหารเครือข่าย: เรียนรู้ถึงปัจจัยที่ส่งเสริมหรือเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความร่วมมือ เช่น ความไว้วางใจ วัตถุประสงค์ร่วม ทรัพยากร และอำนาจ •กระบวนการบริหารเครือข่าย: ทำความเข้าใจถึงขั้นตอนในการสร้าง พัฒนา ดำเนินงาน และประเมินผลเครือข่าย •บทบาทและความสำคัญของภาคส่วนต่างๆ ในเครือข่าย: ศึกษาถึงบทบาทของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนในการสร้างและดำเนินงานเครือข่ายบริการสาธารณะ •การจัดการความขัดแย้งและการสร้างฉันทามติในเครือข่าย: เรียนรู้ถึงแนวทางการจัดการความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสมาชิกในเครือข่าย และวิธีการสร้างความเข้าใจและข้อตกลงร่วมกัน ส่วนที่ 4: กรณีศึกษาและการประยุกต์ใช้ •การวิเคราะห์กรณีศึกษา: ศึกษาตัวอย่างกรณีศึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการบริการสาธารณะและเครือข่ายในบริบทต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ •การประยุกต์ใช้แนวคิดและทฤษฎี: ฝึกการนำหลักการ แนวคิด และทฤษฎีที่เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบริการสาธารณะและเครือข่าย วัตถุประสงค์โดยรวมของชุดวิชานี้คือ: •เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักการและแนวคิดพื้นฐานของการบริการสาธารณะ •เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์และประเมินกระบวนการบริหารจัดการบริการสาธารณะในองค์กรต่างๆ ได้ •เพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในแนวคิดและกระบวนการบริหารเครือข่ายในการให้บริการสาธารณะ •เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการบริหารจัดการบริการสาธารณะและเครือข่ายได้อย่างเหมาะสม
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
5.0 (1)
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: ชุดวิชา 94465: การพัฒนาธุรกิจการเกษตรและสหกรณ์ของ มสธ. ________________________________________ ️ สังกัดหลักสูตรและสาขาวิชา ชุดวิชานี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรใน สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มวิชาที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจการเกษตรและการประกอบการ ________________________________________ ลักษณะชุดวิชา •วัตถุประสงค์หลัก: มุ่งเน้นให้นักศึกษาสามารถ ประยุกต์ความรู้ จากเอกสารการสอนเพื่อจัดทำ โครงการพัฒนางาน หรือ พัฒนาธุรกิจ/ระบบ/โครงการ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเกษตรหรือสหกรณ์ •การประเมินผล: การประเมินผลสำหรับชุดวิชานี้มักจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี โดยมี กิจกรรมประจำชุดวิชา เป็นส่วนหนึ่งของการวัดผลสัมฤทธิ์ oกรณีทำกิจกรรม: คะแนนสอบปลายภาค (ร้อยละ 80) และคะแนนกิจกรรม (ร้อยละ 20) oกรณีไม่ทำกิจกรรม: คะแนนทั้งหมดจะมาจากการสอบปลายภาค •ประโยชน์ของกิจกรรม: การทำกิจกรรมช่วยให้นักศึกษาได้ศึกษาเอกสารการสอนตั้งแต่ต้นภาคการศึกษา และมีงานวิจัยที่ระบุว่านักศึกษาที่ทำกิจกรรมจะมีโอกาสสอบผ่านมากกว่านักศึกษาที่ไม่ทำกิจกรรม ________________________________________ เป้าหมายของกิจกรรม (โดยทั่วไป) วัตถุประสงค์ของการให้นักศึกษาทำกิจกรรมในชุดวิชานี้คือเพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการ: •สรุป/ประมวลเนื้อหาสาระ ของเอกสารการสอน •ประยุกต์ความรู้ เพื่อจัดทำโครงการพัฒนางาน •พัฒนาระบบ โครงการ หรือชิ้นงาน ตามกระบวนการในเอกสารการสอน •คิด วิเคราะห์ นำเสนอข้อมูลและความคิดในเชิงสร้างสรรค์ ________________________________________ สาระสำคัญที่ควรอ่านเพื่อเตรียมสอบ 1. พื้นฐานและแนวคิดธุรกิจการเกษตร (Fundamentals) เน้นการทำความเข้าใจรากฐานของธุรกิจในภาคเกษตร •แนวคิดธุรกิจการเกษตร (Agribusiness): ความหมาย องค์ประกอบ และความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงวิวัฒนาการของการเกษตรจากแบบดั้งเดิมสู่ยุค Agri-Food System •บทบาทของเกษตรกรและผู้ประกอบการ: เข้าใจแนวคิดและคุณสมบัติของการเป็น ผู้ประกอบการด้านการเกษตร (Agripreneur) รวมถึงความแตกต่างระหว่างการทำอาชีพเกษตรกรรมปกติกับการทำธุรกิจการเกษตร •สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ: ปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลต่อธุรกิจการเกษตร (เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และนโยบายรัฐ) ________________________________________ 2. การวางแผนและการจัดการธุรกิจการเกษตร (Planning & Management) เป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการสอบข้อเขียนและการประยุกต์ในกิจกรรม/โครงการ •กระบวนการเริ่มต้นธุรกิจการเกษตร: ตั้งแต่การคิดค้นผลิตภัณฑ์/บริการ การวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจ และการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ •องค์ประกอบของการเขียนแผนธุรกิจ (Business Plan): เน้นส่วนสำคัญ เช่น บทสรุปสำหรับผู้บริหาร แผนการตลาด แผนการผลิต/ปฏิบัติการ แผนการเงิน และการวิเคราะห์ความเสี่ยง •การจัดการธุรกิจ (Business Functions): oการตลาดสินค้าเกษตร: การแบ่งส่วนตลาด การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย กลยุทธ์ 4Ps/7Ps (ผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางจำหน่าย การส่งเสริมการตลาด) ที่เหมาะสมกับสินค้าเกษตร oการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (Logistics & Supply Chain): การจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ (ปัจจัยการผลิต) จนถึงปลายน้ำ (ผู้บริโภค) เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ oการจัดการการเงิน: แหล่งเงินทุน การจัดทำงบประมาณ และการประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ ________________________________________ 3. สหกรณ์และการพัฒนา (Cooperatives and Development) ต้องทำความเข้าใจทั้งในแง่ของกฎหมาย หลักการ และการประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนา •หลักการและอุดมการณ์สหกรณ์: หลักการของโรชเดล (Rochdale Principles) และความแตกต่างจากธุรกิจเอกชน •ประเภทของสหกรณ์: เน้นที่ สหกรณ์ภาคการเกษตร เช่น สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ผู้ผลิต สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน •การบริหารจัดการสหกรณ์: โครงสร้างองค์กร บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการ ผู้จัดการ และสมาชิก •บทบาทในการพัฒนาธุรกิจการเกษตร: การใช้สหกรณ์เป็นเครื่องมือในการรวมกลุ่ม เพิ่มอำนาจการต่อรอง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก ________________________________________ 4. การประยุกต์ใช้และการพัฒนาโครงการ (Application & Project Development) ส่วนนี้มักจะเชื่อมโยงกับคำถามเชิงวิเคราะห์ หรือการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา •การวิเคราะห์ปัญหาและโอกาสในการพัฒนา: การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ เช่น SWOT Analysis ในบริบทของธุรกิจการเกษตรในท้องถิ่น •ขั้นตอนการจัดทำโครงการพัฒนาธุรกิจการเกษตร: ตั้งแต่การสำรวจข้อมูล การออกแบบโครงการ การดำเนินงาน การติดตามประเมินผล และการปรับปรุง •กรณีศึกษา (Case Studies): ทบทวนกรณีตัวอย่างธุรกิจการเกษตรหรือสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จเพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (หากมีระบุในเอกสารการสอน)
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: สำหรับชุดวิชา 82426 การเมืองการปกครองในยุโรปและอเมริกา ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) นั้น เป็นชุดวิชาที่ศึกษาเปรียบเทียบระบบการเมืองการปกครองของประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยเน้นที่พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ โครงสร้างทางการเมือง และประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ สรุปเนื้อหาสำคัญของชุดวิชา •พัฒนาการทางประวัติศาสตร์: oการก่อตัวของรัฐชาติในยุโรปและอเมริกา oพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตย oผลกระทบของสงครามโลกและสงครามเย็น •โครงสร้างทางการเมือง: oระบบรัฐสภาและระบบประธานาธิบดี oพรรคการเมืองและระบบพรรคการเมือง oกลุ่มผลประโยชน์และภาคประชาสังคม oการปกครองท้องถิ่น •ประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ: oการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและการเมือง (เช่น สหภาพยุโรป) oประเด็นความมั่นคงและการต่างประเทศ oประเด็นทางสังคมและวัฒนธรรม (เช่น การอพยพ การเหยียดเชื้อชาติ) oประเด็นทางเศรษฐกิจ (เช่น ความเหลื่อมล้ำ การว่างงาน) แนวทางการเตรียมตัวสอบ •ทำความเข้าใจเนื้อหาในเอกสารการสอน: เอกสารการสอนของ มสธ. เป็นแหล่งข้อมูลหลักที่สำคัญที่สุด ควรศึกษาเนื้อหาอย่างละเอียดและทำความเข้าใจในแต่ละประเด็น •เปรียบเทียบระบบการเมืองการปกครอง: ชุดวิชานี้เน้นการเปรียบเทียบระบบการเมืองการปกครองของประเทศต่างๆ ในยุโรปและอเมริกาเหนือ ควรฝึกวิเคราะห์และเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของแต่ละระบบ •ติดตามข่าวสารทางการเมือง: การติดตามข่าวสารทางการเมืองจะช่วยให้เข้าใจประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชุดวิชาได้ดียิ่งขึ้น •ฝึกทำแบบฝึกหัดและแนวข้อสอบ: การฝึกทำแบบฝึกหัดและแนวข้อสอบจะช่วยให้คุ้นเคยกับรูปแบบของข้อสอบและประเมินความเข้าใจในเนื้อหา แนวข้อสอบ •ข้อสอบอัตนัย: oอธิบายพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยในประเทศใดประเทศหนึ่ง oเปรียบเทียบระบบรัฐสภาและระบบประธานาธิบดี oวิเคราะห์ประเด็นทางการเมืองที่สำคัญในสหภาพยุโรป •ข้อสอบปรนัย: oถามเกี่ยวกับโครงสร้างทางการเมืองของประเทศต่างๆ oถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางการเมืองของยุโรปและอเมริกา oถามเกี่ยวกับองค์กรทางการเมืองระหว่างประเทศ
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: วิชา 90201 การจัดการฟาร์ม ของ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เป็นวิชาที่อยู่ในหมวดวิชาทางการเกษตร โดยเนื้อหาในรายวิชานี้จะครอบคลุมพื้นฐานเกี่ยวกับการบริหารจัดการฟาร์มเกษตรให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการวางแผน การใช้ทรัพยากร การวิเคราะห์ต้นทุนกำไร และการตัดสินใจในภาวะความไม่แน่นอน ________________________________________ รายละเอียดรายวิชา 90201 การจัดการฟาร์ม (Farm Management) ประเภทวิชา: วิชาเลือก จำนวนหน่วยกิต: 3 หน่วยกิต เนื้อหาคร่าว ๆ ที่ครอบคลุม 1.แนวคิดและหลักการจัดการฟาร์ม 2.การวางแผนและตัดสินใจในฟาร์ม 3.การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลตอบแทน 4.การใช้ทรัพยากรในฟาร์ม (ที่ดิน แรงงาน ทุน เวลา ฯลฯ) 5.การจัดการการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร 6.ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในการทำฟาร์ม 7.การวิเคราะห์กิจกรรมและการตัดสินใจลงทุนในฟาร์ม รูปแบบการเรียน •เรียนด้วยตนเองผ่านชุดวิชาที่ มสธ. จัดเตรียม •มีแบบฝึกหัดท้ายบท •การสอบปลายภาคเป็นองค์ประกอบหลักในการประเมินผล ________________________________________ สาระสำคัญที่ควรอ่านเพื่อเตรียมสอบ 1. ความหมายและวัตถุประสงค์ของการจัดการฟาร์ม •ความหมายของการจัดการฟาร์ม •วัตถุประสงค์หลักของการจัดการฟาร์ม •ความสำคัญของการจัดการฟาร์มในระบบเกษตร 2. ปัจจัยการผลิตในฟาร์ม •ที่ดิน แรงงาน ทุน เวลา ความรู้และเทคโนโลยี •วิธีการใช้และจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม •การประเมินผลผลิตจากการใช้ปัจจัยต่าง ๆ 3. การวางแผนการผลิต •การเลือกชนิดพืชและสัตว์ที่เหมาะสม •การวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ •การจัดตารางเวลาการผลิต (Crop calendar, Livestock schedule) 4. การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทน •ความหมายของต้นทุน (Fixed cost, Variable cost) •การคำนวณต้นทุนรวมและต้นทุนต่อหน่วยผลิต •การวิเคราะห์ผลตอบแทน (Revenue, Profit) •การตัดสินใจเลือกกิจกรรมที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด 5. การบริหารความเสี่ยงและความไม่แน่นอน •ประเภทความเสี่ยงในฟาร์ม (ภัยธรรมชาติ, ราคาสินค้า ฯลฯ) •วิธีการบริหารความเสี่ยง เช่น การกระจายความเสี่ยง การประกันภัย •การวางแผนรับมือกับสถานการณ์ไม่แน่นอน 6. การจัดการแรงงานและทุนในฟาร์ม •การจัดการแรงงานในฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ •การจัดหาและบริหารทุน (เงินทุน, เครื่องมือ) •การบริหารเวลาทำงาน 7. การตัดสินใจและการวางแผนในฟาร์ม •กระบวนการตัดสินใจในฟาร์ม •การใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจ •การประเมินผลและปรับปรุงแผนการจัดการฟาร์ม
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสืออื่นๆ : ร้าน BESTOWCON.COM: สรุปบทเรียนและแนวข้อสอบสำหรับวิชา 32304 การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.): สรุปเนื้อหาสำคัญ: •แนวคิดพื้นฐานการจัดการทรัพยากรมนุษย์: oความหมายและความสำคัญของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ oบทบาทและหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ oกฎหมายแรงงานและมาตรฐานแรงงาน •การวางแผนทรัพยากรมนุษย์: oการวิเคราะห์งานและการออกแบบงาน oการวางแผนกำลังคน oการสรรหาและการคัดเลือกบุคลากร •การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์: oการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร oการบริหารผลการปฏิบัติงาน oการวางแผนเส้นทางอาชีพ •การบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ: oการกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทน oการบริหารสวัสดิการและผลประโยชน์ oการบริหารความสัมพันธ์กับพนักงาน •ประเด็นร่วมสมัยในการจัดการทรัพยากรมนุษย์: oการบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ oการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัล oการบริหารความหลากหลายในองค์กร
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
4.0 (2)
จังหวัดระยอง
หนังสืออื่นๆ : ร้าน BESTOWCON.COM: สรุปบทเรียนและแนวข้อสอบ 33410 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วิชา 33410 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มุ่งเน้นการศึกษา กระบวนการและกิจกรรมต่างๆ ที่องค์กรดำเนินการเพื่อพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ทักษะ และทัศนคติของบุคลากร อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน การบรรลุเป้าหมายขององค์กร และการเติบโตของบุคลากรเอง หัวใจสำคัญของวิชานี้คือการมองว่า บุคลากรคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร และการลงทุนในการพัฒนาบุคลากรเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ยั่งยืน เนื้อหาหลักของวิชานี้สามารถสรุปได้ดังนี้: 1.แนวคิดพื้นฐานและความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD): oความหมาย ขอบเขต และวิวัฒนาการของ HRD oความสำคัญของ HRD ต่อความสำเร็จขององค์กร oความแตกต่างระหว่าง HRD กับการฝึกอบรม (Training) และการพัฒนาอาชีพ (Career Development) oบทบาทและความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 2.การวิเคราะห์ความต้องการในการพัฒนา (Needs Assessment): oความสำคัญของการระบุความจำเป็นในการพัฒนา oระดับของการวิเคราะห์ความต้องการ (องค์กร, งาน, บุคคล) oวิธีการและเครื่องมือในการวิเคราะห์ความต้องการ (เช่น การสำรวจ การสัมภาษณ์ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ช่องว่างทักษะ) 3.การออกแบบและพัฒนาโปรแกรมการพัฒนา (Program Design and Development): oหลักการออกแบบโปรแกรมการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ oการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ชัดเจน (SMART Goals) oการเลือกวิธีการและเทคนิคการพัฒนาที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย (เช่น การฝึกอบรมในห้องเรียน, การฝึกอบรมแบบ On-the-Job Training, การสอนงาน, การให้คำปรึกษา, e-Learning, การมอบหมายงานที่ท้าทาย) oการเลือกสื่อและอุปกรณ์ประกอบการพัฒนา
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ : ร้าน BESTOWCON.COM: สรุปเนื้อหาบทเรียนของชุดวิชา 33412 การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ โดยตรงจากแหล่งข้อมูลของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ณ ขณะนี้ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่มี สามารถสรุปภาพรวมของชุดวิชานี้ได้ดังนี้: ชื่อชุดวิชา: การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ รหัสชุดวิชา: 33412 สาขาวิชา: น่าจะเกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ หรือวิทยาการจัดการ ชุดวิชานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการบริหารจัดการบุคลากรให้สอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์การ โดยคาดว่าจะครอบคลุมหัวข้อหลักดังนี้: •ความสำคัญและบทบาทของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์: ทำความเข้าใจถึงความจำเป็นของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ต่อความสำเร็จขององค์การ และความเชื่อมโยงกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ขององค์การ •กระบวนการวางแผนทรัพยากรมนุษย์: ศึกษาขั้นตอนและองค์ประกอบต่างๆ ในการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ เช่น การวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตของกำลังคน การพยากรณ์อุปสงค์และอุปทานของแรงงาน การกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์ การจัดทำแผนปฏิบัติการ และการติดตามประเมินผล •การวิเคราะห์งาน (Job Analysis): เรียนรู้เทคนิคและวิธีการในการวิเคราะห์ลักษณะงาน ความรู้ ทักษะ และความสามารถที่จำเป็นสำหรับแต่ละตำแหน่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ •การพยากรณ์อุปสงค์และอุปทานของทรัพยากรมนุษย์: ศึกษาเทคนิคต่างๆ ในการคาดการณ์ความต้องการกำลังคนในอนาคต (อุปสงค์) และการคาดการณ์จำนวนและคุณสมบัติของบุคลากรที่มีอยู่และที่จะเข้ามาในองค์การ (อุปทาน) •กลยุทธ์และแผนการสรรหา คัดเลือก และบรรจุบุคลากร: เรียนรู้แนวทางการวางแผนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับความต้องการขององค์การ •กลยุทธ์และแผนการพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากร: ศึกษาแนวทางการวางแผนการพัฒนาศักยภาพและทักษะของบุคลากรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการขององค์การ •กลยุทธ์และแผนการรักษาบุคลากร: เรียนรู้แนวทางการวางแผนเพื่อรักษาบุคลากรที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์การในระยะยาว •การประเมินผลแผนทรัพยากรมนุษย์: ศึกษาแนวทางการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนทรัพยากรมนุษย์ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาแผนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น •เครื่องมือและเทคโนโลยีในการวางแผนทรัพยากรมนุษย์: ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องมือและเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ในการสนับสนุนกระบวนการวางแผนทรัพยากรมนุษย์
฿299
Shopee
BESTOWCON.COM
จังหวัดระยอง

ตัวกรองสินค้า

หมวดหมู่

หนังสือธุรกิจและการบริหารอื่นๆ (6)
หนังสือเรียนและแนวข้อสอบ (1)

รูปแบบหนังสือธุรกิจและการบริหารอื่นๆ

Paperback (4)

รูปแบบหนังสือนำเข้าส่งออก

Paperback (3)

รูปแบบหนังสือสัญญา

Paperback (3)