รวมสินค้าแบรนด์ Astell&Kern

อัพเดตล่าสุด : 5 กันยายน 2569 | สินค้าทั้งหมด : 48 รายการ
เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน Tape United & Gadget: Astell&Kern AK120 Dual Dac ในตำนานเสียงดีสมคำร่ำลือ เครื่องสวย แทบไม่มีรอย จอและด้านหลังติดฟิล์ม เครื่องใช้งานปกติ จอทัชดี ปุ่มเปิด/ปิดใช้านปกติ ปุ่มปรับเสียงไม่รวน เสียงออกปกติ ตำหนิ ปุ่มเลื่อน/ย้อนเพลง ปุ่มเล่น/หยุดเพลงกดยากได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่สยังสามารถใช้ฟังก์ชั่นเหล่านี้โดยการทัชที่จอแทนได้ 1.มีตัวเครื่อง เคสหนัง สายชาร์จ ฟิล์มกันรอย คู่มือ 2.มีตัวเครื่องอย่างเดียว
฿5,750 เปรียบเทียบราคา (1)
จาก Shopee
ถ่านและถ่านชาร์จ Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน bktau3lvmr: Package:Yes Type:Standard Battery Rechargeable:Yes Model Number:CS-TAK380SL Use:Media Player battery Brand Name:Cameron Sino Origin:Mainland China Certification:CE
฿542
Shopee
bktau3lvmr
4.3 (3)
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ราคา Kern และ cocker Kern E25 มือสอง (42205337415)
ลด4%
เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน quardsonics1.th: KERN E25: ส่วนกลาง E 25.4 มม. (E) 76.2 มม. x 51 มม. (LxW); (I) 76.2 มม. x 9.6 มม. (LxW) ค็อกเกอร์กลาง: 26 มม. X 40 มม. น้ำหนักสุทธิ: 1330g ผู้ซื้อควรรับผิดชอบราคาสินค้ารวมถึงค่าจัดส่งที่ควรเป็นภาระของสินค้า ผู้ซื้อควรรับผิดชอบราคาสินค้ารวมถึงค่าจัดส่งที่ควรเป็นภาระของสินค้า
฿371 ฿358
Shopee
quardsonics1.th
ประเทศอินโดนีเซีย
ร้านค้าทางการ
เครื่องขยายเสียง (Amp) Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadget ใน LazMall
฿8,900
LAZADA
มั่นคง munkonggadget
ขายเเล้ว 1
ในประเทศ
ร้านค้าทางการ
เครื่องขยายเสียง (Amp) Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadget ใน LazMall
฿10,490
LAZADA
มั่นคง munkonggadget
5.0 (1) ขายเเล้ว 1
ในประเทศ
ร้านค้าทางการ
อื่นๆในหมวดเครื่องเสียง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : เคสกันกระแทกจากทาง Astell&Kern สำหรับเครื่องเล่นพกพารุ่น SE200 ครับ โดยออกแบบมาให้สามารถกันกระแทกได้เล็กน้อย และยังให้ความสวยงาม เรียบหรูอีกด้วยครับ โดยสำหรับในรุ่น SE200 นั้นจะมีตัวเครื่องที่โค้งเว้า และมีเหลี่ยมมุม ตัวเคสจึงต้องมีเทคนิคการผลิตที่เป็นพิเศษครับ โดยจะใช้การยืดแผ่นหนังให้ได้รูปทรงที่ต้องการครับ ตัวเคสจะสวมใส่สจากทางด้านข้าง พร้อมฝาปิดแบบสอด เพื่อการป้องกันรอบด้าน ตัวเคสในหนังจากทาง Buttero โดยเลือกใช้ในส่วนของท้องวัว ผ่านขั้นตอน Vegetabl
฿3,990
Shopee
มั่นคง munkonggadget
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ร้านค้าทางการ
หูฟัง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : Meet the AK70 case! With its edgy appearance and soft color, the AK70 comes in two fabric type and three colors. _x000D_ _x000D_ With its simple design and compact size, the AK70 case is made from the thinnest and lightest material available in the market, befitting the design concept and become portable at anytime anywhere. _x000D_ _x000D_ The material selected for this important role was created by Synt3, a world-class manufacturer of polyurethane from in Milan, Italy._x000D_ _x000D_ The diverse patterns and colors seen in the new brands developed by Synt3 are consistently regarded as new standards in the industry. Synt3's superb sense of design is always at the forefront of the industry._x000D_ _x000D_ By employing a pastel-colored anodizing process, the colors of the case accentuate the AK70's faint mint green with silver tone color that changes its shade depending on the light.
฿3,490
Shopee
มั่นคง munkonggadget
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
อุปกรณ์เสริมเครื่องเสียง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : สายอัพเกรดหูฟังจากทาง Astell&Kern ในรุ่น PEF31 นั้นเป็นสายที่ผลิตโดย Crystal Cable ที่ทาง Astell&Kern ให้ความไว้วางใจเลือกใช้ครับ โดยตัวสายนั้นใช้ตัวนำที่ทำจากเงินผสมทองคำ ทำให้ได้รายละเอียดเสียงที่สายอื่นๆทำไม่ได้_x000D_ _x000D_ เงินผสมทองคำ_x000D_ _x000D_ การออกแบบและบรรจุภัณฑ์_x000D_ สำหรับ PEF31 นั้นภายในแต่ละเส้นจะประกอบไปด้วยตัวนำขนาดเล็กจำนวน 18 เส้นที่ใช้วัสดุทำจากเงินผสมทองคำครับ นำมาพันเข้าด้วยกันกับแกนกลางที่ทำจาก Aramid ที่ช่วยในเรื่องความทนทาน นำมาหุ้มฉนวนด้วย biocompatible insulation ที่มีความยืดหยุ่นและสวมใส่สบายครับ ใช้แจ๊คชนิด 3.5 มม. ในส่วนของ Y Splitter จะใช้เป็นของ Astell&Kern เอง ส่วนแจ๊คจะใช้ของ Furutech ครับ โดยแจ๊คเสียบจะผ่านการเข้าหัวด้วยช่างชำนาญงาน ภายใต้การควบคุมจากทาง Astell&Kern อย่างเคร่งครัด ทุกๆกล่องจะมีการระบุหมายเลข serial number เอาไว้ด้วยครับ_x000D_ _x000D_ อุปกรณ์ในกล่อง_x000D_ • 1 x Astell&Kern PEF31_x000D_ • 1 x กล่องเหล็ก_x000D_ _x000D_ ฟังก์ชั่นการใช้งาน_x000D_ ลักษณะการใช้งาน สามารถถอดเปลี่ยนเข้ากับหูฟังแต่ละรุ่นตามขั้วที่ใช้ได้ทันที ไม่จะเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยในการเปลี่ยนสาย_x000D_ _x000D_ คุณภาพเสียง_x000D_ เสียงเบส - เบสที่ได้มีความทะมัดทะแมง อิมแพ็คแรงหมัดหนัก แต่ว่าเก็บตัวได้ไว ไม่มีอาการเบสสั่นกระพือมาให้เห็นแม้แต่น้อยครับ_x000D_ เสียงร้อง - ส่วนเสียงร้องนั้นชัดหวาน อิมเมจนักร้องตัวใหญ่ รายละเอียดเสียงร้องหรือเสียงลูกคอมีอยู่เต็มไปหมด ตำแหน่งนักร้องจะขยับมาด้านหน้าเล็กน้อย โดยเครื่องดนตรีและนักร้องจะแยกตำแหน่งกันได้อย่างเด็ดขาด ไม่ปนกันแม้แต่น้อย_x000D_ เสียงแหลม - ปลายแหลมชัดใส ทอดไปได้ไกลมากๆ มีความคมชัดปราศจากสากเสี้ยนทั้งหลาย รายละเอียดกรุ๊งกริ๊งฟังได้ไม่ยาก เป็นแหลมที่ไม่รุกเร้าจนเกินไป ฟังได้แบบกลมกล่อมเพลินๆเลยครับ_x000D_ เวทีเสียง - จุดเด่นที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกฟังเลยคือ ความแม่นยำและความนิ่งในการโฟกัสตำแหน่งของชิ้นดนตรีต่างๆ และยังโดดเด่นในเรื่องเวทีเสียงที่กว้างขวางโอ่อ่า ทำให้บรรยากาศในการฟังไม่อุดอู้อึดอัด จะเป็นความรู้สึกที่โปร่ง โล่งสบาย สามารถมองเห็นช่องไฟระหว่างชิ้นดนตรีต่างๆได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเพ่งแม่แต้นิดเดียวครับผม_x000D_ _x000D_ เสียงเคลียร์ใส_x000D_ แต่ไม่ขาดเนื้อเสียง_x000D_ _x000D_ สรุปเกี่ยวกับสายหูฟัง Astell&Kern PEF31_x000D_ โดยภาพรวมแล้วสาย PEF31 จาก Astell&Kern นั้นเป็นสายสัญญาณที่ให้รายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆครับ โดยมีลักษณะเสียงที่กระชับรวดเร็ว มาไวไปไว ดังนั้นจะไม่เจออาการเบสกระพือแน่นอนครับ สำหรับท่านที่สนใจสามารถไปทดลองฟังได้ที่ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท สาขาอัมรินทร์พลาซ่าได้เลยครับ
฿32,900
Shopee
มั่นคง munkonggadget
5.0 (1)
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
เครื่องขยายเสียง (Amp) Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : SP1000 AMP อุปกรณ์ที่จะมาช่วยเติมเต็มระบบชุดเครื่องเล่นพกพาของ Astell&Kern ในรุ่น SP1000 ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น รวมถึงวัสดุและงานประกอบที่เมื่อต่อจับคู่กันแล้วมีความสวยงามลงตัวเข้ากันได้อย่างดี โดยที่ตัว SP1000 AMP นั้นจะเข้ามาช่วยในเรื่องของการให้กำลังขับที่สูงขึ้น สามารถขับหูฟังที่มีค่า Impedance สูงๆได้ดีขึ้นส่งผลให้เสียงที่ได้โดยรวมนั้นสามารถโฟกัสชิ้นดนตรีต่างๆได้ชัดเจน ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงต่างๆออกมาได้อย่างสะอาดหมดจด เวทีเสียงที่เปิดโล่งโปร่งกว้างออกไปได้อีกในระดับนึงเลยจากที่ปกติ SP1000 ก็ทำได้ดีมากๆอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเข้ามายกระดับให้สูงมากขึ้นไปได้อีกทีเดียวครับ_x000D_ _x000D_ สเปควัสดุและงานประกอบ ตัวบอดี้ทำจากวัสดุ Aluminum คุณภาพดี ให้น้ำหนักโดยรวมที่เบาออกแบบมาให้ประกอบต่อกับเครื่องเล่นได้อย่างง่ายดายแน่นหนา Front Plate ที่ในตอนนี้นั้นจะมีให้เลือก 2 แบบคือ Copper และ Stainless เลือกให้เข้าชุดตามเครื่องเล่นที่ใช้อยู่ ( เสียงที่ได้เหมือนกันต่างกันที่สี ) ตัว AMP ให้ช่องต่อหูฟังมา 2 ช่อง ช่อง 3.5mm ที่ให้ Output ในระดับ Low Gain ที่ 2.9 Vrms และ High Gain ที่ 6.2 Vrms และ ช่อง 2.5mm Balanced ที่ให้ Output ในระดับ Low Gain ที่ 6.2 Vrms และ High Gain ที่ 10 Vrms ถือว่าให้กำลังขับได้ครอบคลุมเพียงพอต่อการใช้งานได้ตั้งแต่หูฟัง In-Ear จนไปถึงหูฟัง Full-Size รุ่นใหญ่ๆได้อย่างสบายครับ_x000D_ _x000D_ ถือว่าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายสำหรับท่านที่มีเครื่องเล่น SP1000 อยู่ในมือตอนนี้ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ สามารถเข้ามาทดลองฟังได้ที่ ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท สาขาอัมรินทร์ พลาซ่า และ สาขา สยามพารากอน ครับ
฿31,900
Shopee
มั่นคง munkonggadget
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
หูฟัง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : หูฟังจากทาง Astell&Kern ในรุ่น AK T9iE เป็นหูฟังรุ่นใหม่ที่ผลิตโดยทาง Beyerdynamic ครับ โดยครั้งนี้ทาง AK เป็นผู้ออกแบบด้วยตัวเองครับ_x000D_ _x000D_ การออกแบบ_x000D_ สำหรับ AK T9iE นั้นเป็นหูฟังแบบ in ear ครับ โดยในครั้งนี้ทาง Astell&Kern จะเป็นผู้ออกแบบ และ Beyerdynamic เป็นผู้จูนเสียงให้ครับ ตัวหูฟังสวมใส่แบบคล้องใบหู บอดี้มีการออกแบบที่เน้นเหลี่ยมมุม พร้อมโลโก้ของทาง Astell&Kern และ Beyerdynamic ครับ ตัวสายหูฟังนั้นจะเป็นแบบถัก ประกอบไปด้วยสายเงินแท้ความบริสุทธิ์ระดับ 4N และสายทองแดงความบริสุทธิ์ระดับ 7N เพื่อการนำสัญญาณเสียงที่ดีที่สุด หัวแจ๊คนั้นจะเป็นแบบบาลานซ์ 2.5 มม. ซึ่งหากต้องการต่อเข้ากับอุปกรณ์ทั่วไปก็สามารถใช้อแดปเตอร์แปลงเป็น 3.5 มม. ได้โดยมีแถมมาให้ในกล่องครับ_x000D_ _x000D_ อุปกรณ์ภายในกล่อง_x000D_ Astell&Kern AK T9iE_x000D_ จุกหูฟังซิลิโคน 7 ไซส์_x000D_ จุกโฟม 3 ไซส์_x000D_ อแดปเตอร์แปลง 2.5mm - 3.5_x000D_ เคสสำหรับพกพา_x000D_ ​_x000D_ การใช้งาน_x000D_ สำหรับหูฟัง Astell&Kern AK T9iE นั้นเป็นหูฟังที่ออกแบบมาให้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องต่อแอมป์เพิ่มเลยครับ_x000D_ _x000D_ โดยในรุ่น AK T9iE นี้นั้นจะอัพเกรดจากรุ่นก่อนหลายอย่างด้วยกัน ได้แก่การออกแบบ Acoustic Vent Port ใหม่ที่ช่วยเรื่องการตอบสนองเสียงย่านต่ำได้ดีขึ้น และ Two-Layer Acoustic Fillter ตัวกรองที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสองชั้น ที่ช่วยให้เสียงสูงที่ได้มีความบริสุทธิ์และเป็นกลางอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนตัวจุกหูฟังนั้นออกแบบมาเป็นพิเศษที่ส่วนปลายนั้นจะบานออก ช่วยให้สวมใส่ได้อย่างพอดี เสียงไม่ลิดออกครับ ส่วนเทคโนโลยีอื่นๆของทาง Beyerdynamic ก็นำมาใช้ในรุ่นนี้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น Tesla Technology ซึ่งเป็นแม่เหล็กออกแบบพิเศษที่ช่วยให้สามารถตอบสนองความถี่ได้ดีขึ้นครับ _x000D_ _x000D_ คุณภาพเสียง_x000D_ แนวเสียงของ AK T9ie ด้วย Tesla Technology ที่ผสมผสานเข้ากับไดร์เวอร์แบบ Dynamic จึงทำให้ได้รายละเอียดที่สมจริง ไร้การปรุงแต่งมีความเป็นกลางสูง เสียงแหลมให้รายละเอียดเป็นประกายมีความชัดกระจ่างใส ให้รายละเอียดเสียงเล็กๆน้อยได้อย่างชัดเจน เสียงกลางที่ให้ความคมชัดมีมวลกำลังดีมีความเป็นธรรมชาติ ให้อิมเมจของเสียงร้องที่ใหญ่ ไม่บีบเล็กจนโฟกัสเสียงไม่ได้ เสียงเบสเป็นแบบกระชับเก็บตัวเร็ว ให้มิติและเวทีเสียงที่กว้างขวางมาก เหมาะกับการฟังเพลงที่ไม่ต้องการการปรุงแต่งมากนักและต้องการความเป็นธรรมชาติสูงครับ_x000D_ _x000D_ สรุปเกี่ยวกับหูฟัง Astell&Kern AK T9iE_x000D_ โดยรวมแล้ว หูฟัง Astell&Kern AK T9iE เป็นหูฟังที่ให้เสียงเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสียงที่เที่ยงตรงตามต้นฉบับครับ วัสดุรวมไปถึงงานประกอบนั้นประณีตสวยงาม จะใช้งานในบ้านหรือพกพาก็สามารถทำได้ครับ สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถมาลองฟังก่อนได้ที่ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทได้เลยครับ
฿44,000
Shopee
มั่นคง munkonggadget
5.0 (2)
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
หูฟัง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : Billie Jean นั้นเป็นหูฟัง in ear รุ่นใหม่ล่าสุดที่ทาง Astell&Kern ร่วมมือผลิตกับทาง JH Audio ซึ่งต่อยอดความสำเร็จอย่างถล่มทลายมาจาก Michelle และ Michelle Limited ตามลำดับครับ ไดร์เวอร์ BA จำนวนสองตัว การออกแบบและบรรจุภัณฑ์ ในส่วนของการออกแบบนั้นเจ้า Billie Jean นั้นมาพร้มกับสเป็ค 2 Balanced Armature Driver ต่อข้างประกอบไปด้วย 1 High และ 1 Full range (Mid and Low) เพื่อลดขนาดของตัวหูฟังแต่ยังคงให้คุณภาพเสียงในระดับสูงด้วยเทคโนโลยีพิเศษจากทาง JH Audio พร้อมกับ Acoustic Chamber sound bore design แบบใหม่ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ โดยในด้านงานดีไซน์ของตัวหูฟังนั้นยังคงต่อยอดมาจาก Michelle Limited ที่ใส่สบายและสวยโดดเด่นด้วยลาย Carbon Kevlar ตรง Faceplate แต่ Billie Jean นั้นเหนือชั้นด้วยขนาดที่เล็กลงอีกถึง 30% ซึ่งถือว่าเล็กลงกว่าเดิมแบบสังเกตได้ ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกและให้ fitting ในการสวมใส่ที่ดียิ่งขึ้นพร้อมกับตัว Body สีแดงที่ตัดกับลาย Carbon Kevlar ที่สวยและโดดเด่นมาแต่ใกลครับและขั้วหูฟังยังคงเป็นแบบ 2 pin เช่นเคยครับ อุปกรณ์ในกล่อง • 1 x Astell&Kern Billie Jean • 1 x เคสสำหรับพกพา • 3 x จุกยางไซส์ S, M, L • 1 x อุปกรณ์ทำความสะอาด การเชื่อมต่อ AUX 3.5 mm • สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆผ่านช่องหูฟัง 3.5 มม. ฟังก์ชั่นการใช้งาน ลักษณะการใช้งาน สำหรับหูฟัง Astell&Kern Billie Jean นั้นสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆผ่านทางช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. โดยไม่ต้องต่อแอมป์เพิ่ม โดยตัวหูฟังจะไม่มีทั้งไมโครโฟนและรีโมทครับ โดยในส่วนของ Billie Jean นั้นจะใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกันกับรุ่นใหญ่ๆอย่างเช่น Freqphase™ Time | Phase Waveguide ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะกับของ JH Audio เท่านั้นโดยถูกนำมาใช้สำหรับหูฟัง Multi driver (มากกว่า 1 driver) ที่เวลาตัว Driver นั้นทำงานในย่านเสียงที่แตกต่างกันในแต่ละตัวและเสียงนั้นจะถูกส่งผ่านท่อนำเสียงมาเข้ารูหูผู้ใช้งานนั้นจะมีการเหลื่อมล้ำกันเรื่อง Timing ของแต่ละย่านเสียงที่ทาง JH Audio นั้นพบว่า เสียงย่านต่ำนั้นจะส่งผ่านได้ช้ากว่าเสียงย่านสูง ถึงแม้ระยะทางจากท่อไปสู่รูหูนั้นสั้นมากๆแต่ก็อาจทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนและส่งผลต่อคุณภาพเสียงภาพรวมได้ ทาง JH Audio จึงแก้ปัญหาด้วยการดีไซน์ท่อนำเสียงให้เหมาะกับตัว Driver ที่ตอบสนองเสียงเสียงย่านต่างๆให้สามารถถ่ายทอดเสียงผ่านท่อนำเสียงให้มาถึงผู้ฟังได้แบบครบถ้วนในระยะเวลาที่พอดีกันของแต่ละย่านเสียง นอกจากนี้ยังมี พร้อมกับ Acoustic Chamber sound bore design ที่เป็นการออกแบบท่อนำเสียงใหม่ให้สัญญาณเสียงที่ได้นั้นแยกออกจากกันเพื่อรายละเอียดที่ยอดเยี่ยมครับ โดยในด้านงานดีไซน์ของตัวหูฟังนั้นยังคงต่อยอดมาจาก Michelle Limited ที่ใส่สบายและสวยโดดเด่นด้วยลาย Carbon Kevlar ตรง Faceplate แต่ Billie Jean นั้นเหนือชั้นด้วยขนาดที่เล็กลงอีกถึง 30% ซึ่งถือว่าเล็กลงกว่าเดิมแบบสังเกตได้ ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกและให้ fitting ในการสวมใส่ที่ดียิ่งขึ้นพร้อมกับตัว Body สีแดงที่ตัดกับลาย Carbon Kevlar ที่สวยและโดดเด่นมาแต่ใกลครับและขั้วหูฟังยังคงเป็นแบบ 2 pin เช่นเคยครับ ในส่วนของสายหูฟังนั้น มาพร้อมกับสายหูฟังคุณภาพสูง “Silver Tinsel Cable” ซึ่งจะใช้ตัวนำเป็น Silver plate Copper หรือทองแดงเคลือบด้วยเงินนั่นเองครับ โดยตัวนำนั้นจะพันอยู่รอบแกน Kevlar ที่ให้คุณสมบัติเรื่องน้ำหนักที่เบา แต่ให้ความทนทานที่สุดยอดมากๆครับ(แข็งแรงกว่า Steel 5 เท่า) คุณภาพเสียง เสียงเบส - เบสนั้นเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของ Billie Jean ซึ่งยังคงให้ปริมาณที่มากไม่ต่างจาก Michelle แต่โทนต่ำของ Billie Jean นั้นจะลงไปได้อีกนิดจึงให้ deep bass ที่ดีกว่า ให้เบสที่ทุ้มกว่าซึ่งตอนฟังเสียงกระเดื่องนั้นจะเห็นได้ถึงความแตกต่างของสองรุ่นนี้ที่ Billie Jean นั้นจะได้หนาและลึกกว่า แต่ Michelle นั้นจะกระแทกแรงกว่าเล็กน้อยเช่นกันครับ ซึ่งภาพรวมแล้วเป็นเบสที่มีคุณภาพดีขึ้น เสียงทุ้มนั้นไม่ไปเบียดย่านอื่นและมีความลงตัวกว่าเดิมครับ เสียงร้อง - เสียงร้องนั้นจะให้ image ที่ใหญ่มากครับ เป็นเสียงร้องที่เปิด กระจ่างและมีเนื้อเสียงที่ดีมากๆ ให้บาลานซ์ที่ยอดเยี่ยมตำแหน่งนั้นอยู่ตรงกลางพอดีเลยครับ สมกับที่บอกในสเป็คเลยครับว่า “ ultimate mid driver offers perfect, flat sound from 10Hz to 5kHz.” ที่ตอนแรกอ่านแล้วยังงงๆแต่พอได้ฟังแล้วก็ตามที่เขียนไว้เลยครับ เป็นหูฟังที่ใช้เพียง 2 BA Driver ที่ให้เสียงร้องโดดเด่นไม่เป็นรองใครจริงๆครับ เสียงแหลม - ปลายแหลมนั้นมีความละเอียดสูงให้ประกายระยิบระยับแบบที่ไม่มีความขุ่นมัวแม้แต่น้อย อย่างเช่นเสียงสแนร์ที่ส่งออกมานั้นปลายเสียงจะสะอาดแบบที่ไม่เสียดหูเลยครับ เวทีเสียง - เวทีเสียงของ Billie Jean นั้นไม่กว้างมากนัก แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัดครับ การแยกชิ้นดนตรีของ Billie Jean นั้นทำออกมาได้ดีทีเดียวครับ สามารถฟังได้อย่างเต็มอารมณ์เลยทีเดียว เล็กลงจากรุ่นก่อนถึง 30% สรุปเกี่ยวกับหูฟัง Astell&Kern Billie Jean ถือว่าเป็นหูฟังในระดับราคาต่ำกว่า 20K อีกหนึ่งรุ่นที่สร้างสีสันให้ตลาดมากๆ และจะเป็นอีกรุ่นที่โดดเด่นในท้องตลาดแน่นอนครับ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย งานดีไซน์ที่สวยโดดเด่น และการสวมใส่ที่ง่าย ขับง่าย จึงสามารถตอบโจทย์การใช้งานและ life style แบบปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถไปทดลองฟังกันได้ที่ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทได้เลยครับ
฿13,900
Shopee
มั่นคง munkonggadget
4.9 (7)
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
หูฟัง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : หูฟังจากทาง Astell&Kern ในรุ่น AK Solaris X เป็นหูฟังอินเอียร์ระกับไฮเอนด์ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Astell&Kern และ Campfire Audio โดยภายในนั้นจะใช้ไดร์เวอร์แบบไฮบริด ข้างละ 3 ไดร์เวอร์ด้วยกัน การออกแบบ ในส่วนของการออกแบบนั้น หูฟัง Astell&Kern AK Solaris X เป็นหูฟังชนิด in ear ที่ออกแบบให้สวมใส่แบบคล้องใบหู ที่มีจุดเด่นที่ความกระชับ ตัวบอดี้จะเป็นสีดำ ส่วน faceplate จะเล่นลวดลายสีแดง พร้อมโลโก้ของ Astell&Kern ที่ข้างซ้ายและ Campfire Audio ที่ข้างขวาครับ ใช้ขั้วเชื่อมต่อแบบ MMCX โดยจะใช้วัสดุผสมระหว่าง Copper และ beryllium ซึ่งมีจุดเด่นที่ความแข็งแรงทนทาน และสามารถนำสัญญาณได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนบริเวณท่อนำเสียงนั้นจะทำจากสแตนเลสที่ออกแบบมาให้แข็งแรงทนทาน เงางาม และสามารถควบคุมเสียงสะท้อนได้ดี มาพร้อมกับสายหูฟังชนิดแจ๊ค 2.5 มม. พร้อมอแดปเตอร์แปลงเป็น 3.5 มม. มาให้ในกล่องครับ อุปกรณ์ภายในกล่อง - Astell&Kern AK Solaris X - สายหูฟัง ชนิดแจ๊ค 2.5 มม. - อแดปเตอร์แปลง 2.5 มม. - 3.5 มม. - ชุดจุกหูฟัง Final Audio - ชุดจุกหูฟัง Campfire Audio (ชนิดโฟม) - ชุดจุกหูฟังซิลิโคน - กระเป๋าสำหรับเก็บหูฟังหูฟัง - ซองกันรอยหูฟัง - แปรงทำความสะอาด การใช้งาน ในส่วนของการใช้งานนั้น Astell&Kern AK Solaris X นั้นจะออกแบบให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆที่รองรับแจ๊คหูฟังแบบ balanced 2.5 มม. โดยไม่ต้องใช้แอมป์เพิ่ม โดยถ้าหากต้องการใข้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่รองรับแจ๊คขนาด 3.5 มม. สามารถใช้อแดปเตอร์แปลงเพื่อใช้งานได้ครับ สำหรับ AK Solaris X นั้นจะเป็นการรวมเทคโนโลยีของ Campfire Audio เข้าด้วยกัน โดยจะใช้ไดร์เวอร์ dynamic ขนาด 10มม., ไดร์เวอร์ balanced armature มาตรฐาน, และไดร์เวอร์ balanced armature ที่ปรับแต่งเสียงแบบพิเศษสำหรับรุ่นนี้ โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยี T.A.E.C ที่เป็นสิทธิบัตรของ Campfire Audio ครับ จัดวางอยู่ใน acoustic chamber ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ เพื่อให้สามารถตอบสนองความถี่ได้ตามต้องการครับ ในส่วนของสายหูฟังนั้น จะใช้สายที่เป็นตัวนำที่ทำจากเงินที่มีความบริสุทธิ์ระดับ 4N จำนวน 4 เส้นนำมาพันเกลียวเข้าด้วยกัน หุ้มฉนวนด้วยวัสดุพิเศษที่มีความยืดหยุ่น และแข็งแรงทนทาน พร้อมหัวแจ๊คแบบ balanced 2.5mm คุณภาพเสียง Solaris X ให้เสียงที่แตกต่างจาก Solaris รุ่นอื่น ๆ โดยจะให้มิติเสียงด้านลึกที่ดีเยี่ยม แบ่งเลเยอร์ได้เป็นชั้น ๆ เวทีเสียงจะโอบล้อม ไม่ได้พุ่งมาด้านหน้าเหมือนในรุ่นก่อน . เสียงเบสจะมีมวลที่อิ่ม เนื้อแน่นให้อิมแพคที่แรง ฟังสนุก ดีพเบสนั้นลงได้ลึก และ ม้วนตัวกลับขึ้นมาได้สวย โดยคงคงคุมโซนได้เป็นอย่างดี ไม่ได้นำหน้าเสียงเครื่องดนตรีชิ้นอื่นแม้เนื้อจะหนาขึ้นก็ตาม ทำให้ฟังเพลงได้สนุก หลากหลายขึ้น . เสียงกลางนั้นจะขยับมาด้านหลัง 1 ก้าว ให้เสียงร้องที่มีรายละเอียดสูง คำรายละเอียดคำร้องออกมาถ่ายทอดได้อย่างหมดจด และ เป็นเสียงร้องที่ฟังสบาย สมูท และ ไม่ทำให้ล้าหูเร็วครับ . เสียงสูงจะให้รายละเอียดเล็กน้อยได้ดี ปลายเสียงละเอียดมีประกาย เก็บดีเทลของฉาบแฉในดนตรี Jazz และ Instrumental ได้ดีเยี่ยม และ โดยยังคงให้สปีดเสียงที่กระชับ จึงสามารถฟังเพลงประเภท Rock, Pop และ เพลงที่เน้นจังหวะสนุก ๆ อื่น ๆ ได้ดีอีกเช่นกันครับ . นับว่าเป็น Solaris ฉบับพิเศษที่ฟังเพลงได้ครบรสชาติ เป็นการจูนนิ่งออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับทาง AK และ CA เลยครับผม สรุปเกี่ยวกับหูฟัง Astell&Kern AK Solaris X โดยรวมแล้วหูฟัง Astell&Kern AK Solaris X นั้นเป็นหูฟังรุ่นเรือธงที่เป็นการนำเทคโนโลยีเฉพาะของทาง Campfire Audio มารวมไว้ในหูฟังตัวนี้ พร้อมกับการจูนเสียงไดร์เวอร์ใหม่ให้ได้รายละเอียดที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ใช้งานประกอบที่ยอดเยี่ยม พร้อมรายละเอียดและไดนามิคที่ครอบคลุมทุกย่าน เผยดีเทลออกมาได้อย่างหมดจด สำหรับนักฟัง audiophile ที่ต้องการรายละเอียดสูงสุดครับ
฿59,900
Shopee
มั่นคง munkonggadget
5.0 (7)
จังหวัดสมุทรปราการ
เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน indygadget: DD DJ44K ตัวแปลงสัญญาณจาก 4.4 mm Female เป็น 2.5 mm Balanced สำหรับเครื่องเล่นเพลง Astell&Kern ของแท้ รับประกันศูนย์ไทย 6 เดือน 4.4 mm balanced output ที่มีกราวด์ การออกแบบหัวแจ็ค 2.5 mm กับ 3.5 mm ช่วยทำให้สัญญาณ 2.5 balanced output มีกราวด์ ช่วยให้คุณภาพเสียงมีความเสถียรมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อเข้ากับ ลำโพง active speaker เนื่องจากมันสามารถกำจัดเสียงรบกวน noise ที่เกิด จากการสัมผัสกับตัวบอดี้ได้ อีกทั้งยังใช้งานกับสายหูฟัง 4.4mm ที่มีสายกราวด์ได้ ดีไซน์สวยแบบเรียบหรู DJ44K ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบตัวแปลงสัญญาณหูฟังที่มีความสวยแบบเรียบหรู หนนี้ได้เลือกใช้อลูมิเนียม 7000 Series เข้ากันได้ดีกับเคสหนัง คุณสามารถใช้ DJ44K เข้ากับเครื่องเล่นของคณขณะที่สวมใส่เคสหนังอยู่ น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งทนทาน บอดี้ทำจากอลูมิเนียมโดยทำให้มีความบางที่สุดเพื่อควบคุม น้ำหนักไม่ให้หนักเกิน 10 กรัม ส่วนโครงสร้างภายในใช้สาย OCC ที่ผลิตโดย Furukawa ซึ่งรับประกันได้เลยว่าการส่งสัญญาณทำได้ในระดับ lossless
฿1,790
Shopee
indygadget
4.9 (7)
จังหวัดนนทบุรี
เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน GADGET BY ME: ประกันมั่นคง เครื่องซื้อมาวันที่ 12/2/2021 71,900+3,990 = 75,890 ได้ลดมานิดหน่อยครับ เครื่องถือว่าใหม่มาก ประหยัดไป 3 หมื่นกว่านิดๆ เครื่องเล่นเพลงพกพาจากทาง Astell&Kern ในรุ่น A&futura SE200 เป็นเครื่องเล่นพกพารุ่นประจำปี 2020 ครับ โดยในรุ่นนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่การใส่ชิป DAC มาให้ถึง 2 รุ่นด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสลับฟังได้สองแนวเสียงในเครื่องเดียวเลยครับ ขนาดประมาณฝ่ามือ หน้าจอ 5 นิ้วความละเอียดที่ 720 x 1280 บอดี้นั้นผลิตจากอลูิมิเนียม ส่วนฝาหลังที่ปิดแผงวงจรนั้นจะเป็นเซรามิค โดยจะแตกต่างกับรุ่นอื่นๆที่เป็นกระจก โดยที่ด้านซ้ายนั้นจะมีปุ่มควบคุมการเล่นเพลงและปุ่ม power ส่วนด้านขวานั้น จะเป็นลูกบิดปรับระดับเสียงพร้อมไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน ส่วนด้านบนนั้นจะมีช่องเสียบแจ๊คหูฟัง โดยในรุ่นนี้จะมีถึง 4 ช่อง แบ่งเป็นช่องขนาด 3.5 มม. และ 2.5 มม. จำนวน 2 คู่ด้วยกัน โดยแต่ละคู่นั้นจะสำหรับชิป DAC แต่ละรุ่น สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 14 ชั่วโมง โดยจะขึ้นอยู่กับไฟล์เพลงและลักษณะการใช้งาน โดยจะใช้เวลาชาร์จประมาณ 2.5 ชั่วโมงโดยชาร์จแบบ fast charging
฿44,900
Shopee
GADGET BY ME
5.0 (1)
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ร้านค้าทางการ
อื่นๆในหมวดเครื่องเสียง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : เคสกันกระแทกจากทาง Astell&Kern ครับ โดยตัวเคสนั้นจะทำจากหนังแท้ นำเข้าจากอิตาลี มีการเจาะช่องต่างๆเอาไว้อย่างครบถ้วน มีให้เลือก 2 สีด้วยกันครับ
฿3,990
Shopee
มั่นคง munkonggadget
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : เครื่องเล่นเพลงพกพาจากทาง Astell&Kern ในรุ่น A&Ultima SP2000 เป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาระดับเรือธง ที่ต่อยอดจากรุ่น SP1000 ขึ้นไปอีกครับ โดยในรุ่นนี้จะมาพร้อมกับชิป DAC รุ่นล่าสุด พร้อมกำลังขับที่สูงขึ้นไปอีกครับ_x000D_ _x000D_ _x000D_ _x000D_ การออกแบบ_x000D_ _x000D_ สำหรับเครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern A&Ultima SP2000 เป็นเครื่องเล่นพกพาระดับสูงที่สุดของทางแบรนด์ครับ โดยเลือกใช้ทั้งวัสดุภายนอก และส่วนประกอบต่างๆภายในที่ดีที่สุด ในส่วนของภายนอกนั้น ตัวบอดี้จะมีให้เลือก 2 วัสดุด้วยกัน คือสแตนเลส และทองแดงครับ ออกแบบโดยเน้นเหลี่ยมมุม ดูมีมิติ มาพร้อมหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 720X1280 แสดงผลได้อย่างคมชัด ที่ด้านขวาจะมีลูกบิดที่ออกแบบมาให้ใช้งานแบบ multi function ที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นปุ่ม power, และปรับระดับเสียง ส่วนด้านซ้ายจะมีปุ่มสำหรับควบคุมการเล่นเพลงครับ รองรับการใส่ Micro SD card เพิ่มอีก 1 ช่อง โดยตัวเครื่องจะถูกบรรจุอยู่ในกล่องไม้สวยงาม พร้อมชุดฟิล์มกันรอยรอบตัว, เคสหนังแท้, สาย USB ครับ_x000D_ _x000D_ _x000D_ _x000D_ อุปกรณ์ภายในกล่อง_x000D_ _x000D_ Astell&Kern A&Utima SP2000_x000D_ สาย USB-C_x000D_ เคสหนังสีน้ำตาล, สีเขียว_x000D_ ฟิล์มกันรอย_x000D_ คู่มือการใช้งานเบื้องต้น_x000D_ หมายเหตุ : ตัวเครื่อง Stainless Steel จะมาพร้อมกับเคสสีเขียว, ส่วนตัวเครื่อง Copper จะมาพร้อมกับเคสสีน้ำตาลครับ_x000D_ _x000D_ _x000D_ _x000D_ การใช้งาน_x000D_ _x000D_ สำหรับเครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern A&Ultima SP2000 นั้นจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง (FLAC 16/44, Unbalance, Volume 80, EQ Off, LCD Off)_x000D_ _x000D_ โดยจะรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็วผ่านระบบ Qualcomm Quickcharge 15 Watt โดยจะใช้เวลาชาร์จประมาณ 2.5 ชั่วโมง หรือหากชาร์จแบบปกติก็จะใช้เวลาชาร์จประมาณ 5 ชั่วโมงครับ_x000D_ _x000D_ สำหรับสเปคนั้น SP2000 จะใช้ CPU แบบ Octa Core ที่ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด และใช้ชิป DAC จากทาง AKM ในรุ่น AK4499EQ ที่รองรับการถอดรหัสไฟล์ DSD512 และ 32/384kHz เลยทีเดียวครับ พร้อมความจุภายใน 512GB และรองรับการ์ด Micro SD ความจุสูงสุด 512GB อีกหนึ่งช่อง รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง Wi-Fi Dual band ที่มีทั้ง 2.4 และ 5GHz (802.11 a/b/g/n/ac) ที่ใช้ในการอัปเดต Firmware และรองรับแอปสตรีมมิ่ง TIDAL ในตัว และยังสามารถเล่นไฟล์ MQA ได้อีกด้วยครับ_x000D_ _x000D_ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีฟังก์ชั่น Open App Service ที่สามารถลงแอปอื่นๆเช่น Spotify Qobuz เพื่อใช้ในการสตรีมมิ่งเพลงผ่านไฟล์ .APK ครับ โดยสามารถลงได้เฉพาะแอปที่กำหนดเท่านั้นครับ_x000D_ _x000D_ และในเรื่องกำลังขับนั้น SP2000 ก็ยังอัปเกรรดขึ้นไปอีกครับ โดยการเชื่อมต่อแบบ balanced นั้นจะมี output สูงถึง 6Vrms และแบบ unbalanced จะอยู่ที่ 3Vrms เรียกได้ว่ารองรับการใช้งานร่วมกับหูฟังขนาดใหญ่ได้สบายครับ_x000D_ _x000D_ _x000D_ _x000D_ คุณภาพเสียง_x000D_ - เนื้อเสียงนั้นมีความโปร่งและ organic ให้เวทีเสียงที่กว้างขวาง โอ่อ่า สามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงต่างๆออกมาได้อย่างสมจริงเเละน่าฟัง_x000D_ _x000D_ - ให้เสียงกลางที่นุ่มละมุนตามแบบฉบับ AK แต่เเฝงไปด้วย micro detail ที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริง ให้น้ำเสียงทีลื่นไหลน่าฟังและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งถือว่าเป็นจุดเเข็งของ SP2000 เลยครับ เสียงแหลมของ SP2000 นั้นมีประกายที่ทอดตัวได้ยาว และไร้สากเสี้ยนซึ่งก็ได้อานิสงค์จากตัวบอดี้ที่เป็น Stainless steel ด้วยอีกทางหนึ่งนั่นเองครับ_x000D_ _x000D_ - Dynamic และแรงปะทะนั้นเป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องพูดถึงเลยครับเพราะถึงเเม้ SP2000 จะให้น้ำเสียงที่สุภาพแต่สามารถแสดงให้เห็นถึงการลงน้ำหนักเสียงที่เเตกต่างกันของชิ้นดนตรีได้อย่างน่าทึง อีกทั้งยังให้หัวโน็ตแรกที่คมชัด เรียกได้ว่าให้รายละเอียดได้แบบถอดออกมาได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับที่สุดเท่าที่เครื่องเล่นพกพาจะให้ได้เลยครับ_x000D_ _x000D_ - เบสนั้นมีปริมาณปานกลาง เป็นเบสที่สมู้ทนุ่มนวล มีสัดส่วนที่ลงตัว และเป็นเบสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพคับเเก้ว เรียบๆแต่ลงได้ลึกมาก และไม่ไปกวนเสียงย่านอื่นเลยแม้เเต่น้อย ซึ่งแทบจะไม่ได้ยินเบสแบบนี้จากเครื่องเล่นพกพารุ่นอื่นได้เลยครับ_x000D_ _x000D_ _x000D_ _x000D_ สรุปเกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern A&Ultima SP2000_x000D_ _x000D_ โดยรวมแล้ว A&Ultima SP2000 นั้นเป็นเครื่องเล่นที่เป็น ที่สุด สำหรับสายพกพาแล้วครับ โดยการเลือกวัสดุที่ดีที่สุด สเปคภายในที่จัดเต็ม พร้อมการออกแบบระบบภายในให้รองรับการเล่นเพลงทุกประเภทเลยครับ
฿139,000
Shopee
มั่นคง munkonggadget
5.0 (1)
จังหวัดสมุทรปราการ
เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน Tape United & Gadget: Astell&Kern AK120 Dual Dac ในตำนานเสียงดีสมคำร่ำลือ เครื่องสวย แทบไม่มีรอย จอและด้านหลังติดฟิล์ม เครื่องใช้งานปกติ จอทัชดี ปุ่มเปิด/ปิดใช้านปกติ ปุ่มปรับเสียงไม่รวน เสียงออกปกติ ตำหนิ ปุ่มเลื่อน/ย้อนเพลง ปุ่มเล่น/หยุดเพลงกดยากได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่สยังสามารถใช้ฟังก์ชั่นเหล่านี้โดยการทัชที่จอแทนได้ 1.มีตัวเครื่อง เคสหนัง สายชาร์จ ฟิล์มกันรอย คู่มือ 2.มีตัวเครื่องอย่างเดียว
฿5,750
Shopee
Tape United & Gadget
5.0 (1)
จังหวัดฉะเชิงเทรา
ร้านค้าทางการ
อื่นๆในหมวดเครื่องเสียง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : The SA700 Leather Case compliments the string bridge inspired volume knob protector and LED light design of the SA700 and is available in 3 colors - Poppy Red, Viridian Green and Neo Black._x000D_ _x000D_ The SA700 Leather Case is made to enhance the beauty of the player, adding visual unification, while giving proper protection including heat ventilation through the A logo pattern found on the back plate of each case._x000D_ _x000D_ The Poppy Red case has a stainless steel backing, uses Pueblo vegetable tanned leather and is produced by BADALASSI CARLO._x000D_ _x000D_ This Pueblo leather is their top grade, it is full grain and has a nice supple feel with a small amount of firmness. This leather has a unique rustic look that adds beautiful depth to the leather and makes for an amazing patina as it ages. The leather is dyed completely through and has a nice soft flesh side._x000D_ _x000D_ 'Badalassi Carlo' was made by Professor Carlo Badalassi, who is known for his excellent skills with leather. Unlike modern methods, he uses a traditional method of making leather that requires extensive time and devotion. His reputation is well-known among top expensive brands due to his focus on the leather quality over quantity._x000D_ _x000D_ The Viridian Green case has a stainless steel backing and uses Kansas leather from CONCERIA WALPIER which is softly processed on crusts that have been dyed with vegetable tanned leather, then coated with fine oil on the surface. The dying process is the same as that of Buttero leather,_x000D_ but with the addition of oil to the finish which allows for a slightly softer color to be expressed._x000D_ _x000D_ Established in 1973 in San Miniato, Tuscany, Walpier Tannery has been in business for three generations and has a long tradition of making leather products based on vegetable tanning process. The tannery handles 100% cow hair leathers imported from France and is a member of Vera Pelle, Italy’s association of vegetable-based leather tanners._x000D_ _x000D_ The traditional vegetable tanning technology of Walpier Tannery has been handed down father to son for centuries in the Tuscany region. The tanning process usually takes 40 days by putting raw leather with natural tanning extracted from a variety of trees in a drum. This is a processing method only practiced by Italian tanners of the world._x000D_ _x000D_ Leather products that undergo the vegetable-based tanning process show the owner’s lifestyle vividly and make the products their own as it takes a long time to break in depending on the owner’s way of handling._x000D_ _x000D_ The Neo Black case has an onyx black back plate and uses Toscano leather from NUOVA ALBORA. Toscano leather is soft luxury leather that undergoes a vegetable processing method which produces natural patterns and lines on the leather's surface._x000D_ _x000D_ Since 1976, NUOVA ALBORA, which produces leather in the Tuscan region of Italy, has adhered to this traditional Italian processing method and is registered with the VERA PELLE Association, an Italian Vegetable Tanning Consortium that shares the passion for vegetable tanned leather, the same high standards for production and dedication to protection of the environment.
฿5,600
Shopee
มั่นคง munkonggadget
5.0 (1)
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : เครื่องเล่นเพลงพกพาจากทาง Astell&Kern ในรุ่น A&norma SR35 เป็นเครื่องเล่นเพลงขนาดพกพาที่มีดีไซน์การออกแบบที่ไม่เหมือนใครมาพร้อมกับชิป DAC ถึง 4 ตัวและแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานถึง 20 ชั่วโมงอีกด้วยครับ การออกแบบ ในส่วนของการออกแบบนั้น Astell&Kern A&norma SR35 จะเป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาที่มีขนาดเล็ก โดยตัวบอดี้ของตัวเครื่องจะผลิตจากโลหะทำให้มีความแข็งแรงทนทานและมีน้ำหนักที่เบามากเพียง 184 กรัมเท่านั้นทำให้สามารถใช้งานด้วยมือข้างเดียวได้มาพร้อมกับเชิงมุมไม่ซ้ำใครที่มีขนาดหน้าจอขนาด 3.6 นิ้ว ที่ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล ที่ด้านบนของตัวเครื่องจะมาพร้อมกับช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5mm, Balanced 2.5mm และ Balanced 4.4mm โดยด้านข้างขอตัวเครื่องจะมีปุ่มสำหรับการควบคุมต่างๆ และที่ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบ Micro SD Card และช่อง USB-C สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ครับ อุปกรณ์ภายในกล่อง - Astell&Kern A&norma SR35 - ฟิล์มกันรอย - microSD card slot cover - สาย USB - คู่มือการใช้งาน การใช้งาน ในส่วนของการใช้งานนั้นเครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern A&norma SR35 จะออกแบบให้รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านทาง Bluetooth 5.0 ที่รองรับ CODEC A2DP, AVRCP, aptX HD และ LDAC โดยสามารถเสียบสายใช้งานผ่านช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5mm, Balanced 2.5mm และ Balanced 4.4mm ได้ทันที Astell&Kern A&norma SR35 จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ระยะเวลาการใช้งานจะขึ้นอยู่กับระดับเสียงและฟังก์ชันที่ใช้งาน) และใช้การชาร์จแบตเตอรี่ผ่านทางช่อง USB-C โดยมีระยะเวลาการชาร์จประมาณ 2.5 ชั่วโมง ภายในของ Astell&Kern A&norma SR35 จะประกอบไปด้วยชิป DAC CS43198 ถึง 4 ตัว รองรับการถอดรหัสไฟล์ที่ความละเอียดสูงสุด 32/384kHz ไปจนถึง DSD256 แบบ native นอกจากนี้ยังรองรับ MQA และ Roon Ready โดยมีโหมดการใช้งานมาให้เลือกด้วยกัน 2 โหมดได้แก่โหมด Dual-DAC และโหมด Quad-DAC ให้เลือกใช้งานได้ตามที่ชอบอีกด้วยครับ โดยระบบภายในเครื่องทั้งหมดของ Astell&Kern A&norma SR35 จะถูกควบคุมโดยชิป TERATON ALPHA ที่ทาง Astell&Kern พัฒนาขึ้นมาเอง โดยออกแบบให้เสียงที่ได้นั้นมีความใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด พร้อมการควบคุมการทำงาน และการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุดนั่นเองครับ คุณภาพเสียง ในส่วนเรื่องเสียงนั้น Astell&Kern A&norma SR35 จะเพิ่มชิปเสียงเข้ามาให้อีก 2 ตัว รวมเป็น 4 ตัว แน่นอนว่าย่อมมีผลลัพธ์ทางเสียงที่ไม่เหมือนกันอย่างแน่นอน จุดนี้เองที่ทาง AK เปิดโอกาศให้เราได้เลือกเองได้ว่าต้องการจะใช้งานด้วยโหมด Dual-DAC หรือ Quad-DAC เพราะในโหมดที่เป็น Dual-DAC นั้นจะมีข้อดีคือฟังสนุกมีความคัลเลอร์ของเสียงกลางกับสูงที่มากกว่า เวลาฟังเพลง Rock ที่เน้นจังหวะกับอารมณ์เพลงจึงฟังได้มันส์กว่า  ส่วนใครที่ต้องการเปลี่ยนแนวไปฟังเพลงที่เน้นรายละเอียดหรือการจับผิดที่มากขึ้นพอสลับไปใช้ Quad-DAC ก็จะพบว่าเสียงที่ออกมาจะมีความละเมียดละไมยิ่งขึ้น เวทีเสียงที่กว้างขึ้นและการแจกแจงชิ้นดนตรีจะดูมีเลเยอร์ที่ดีกว่า โดยเฉพาะมิติเสียงในส่วนของด้านลึกแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วยว่าฟังแล้วจะชอบเสียงของ Dual หรือ Quad มากกว่ากัน  แต่ที่แน่ ๆ เลยก็คือโทนเสียงโดยรวมของ SR35 ในรอบนี้จะมีความพรีเมี่ยมขึ้นดูสุภาพขึ้นกว่าในรุ่น SR25 MKII ยิ่งถ้าใครที่ถือครอง SR25 MKII อยู่แล้วถ้าได้มาลองฟังเจ้า SR35 ตัวนี้ก็จะรู้สึกอย่างเห็นได้ชัดในทันทีเลยล่ะครับ สรุปเกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern A&norma SR35 โดยรวมแล้วเครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern A&norma SR35 เป็นเครื่องเล่นเพลงที่มีดีไซน์การออกแบบที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร มาพร้อมกับชิป DAC CS43198 ถึง 4 ตัวที่สามารถเลือกโหมดการใช้งานได้ทั้งแบบ Dual-DAC หรือ Quad-DAC โดยสามารถเลือกใช้งานได้ตามที่ต้องการเลยครับ
฿31,900
Shopee
มั่นคง munkonggadget
5.0 (9)
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : เครื่องเล่นเพลงพกพาจากทาง Astell&Kern ในรุ่น A&ultima SP1000M เป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาที่อยู่ในซีรีย์ระดับเรือธงของทางแบรนด์ครับ โดยในรุ่นนี้จะมีสเปคแทบจะถอดแบบมาจากรุ่นใหญ่ แต่จะมีขนาดที่เล็กกว่า น้ำหนักเบากว่า และใช้งานได้สะดวกกว่านั่นเองครับ_x000D_ _x000D_ ย่อส่วนลง น้ำหนักเบากว่าเดิม_x000D_ _x000D_ การออกแบบและบรรจุภัณฑ์_x000D_ สำหรับในรุ่น SP1000M นั้นจะใช้การออกแบบที่แตกต่างจากรุ่น SP1000 ที่เป็นรุ่นใหญ่เล็กน้อยครับ โดยจะแบ่งเป็นรุ่นปกติที่บอดี้นั้นจะใช้อลูมิเนียมที่จะมีน้ำหนักเบากว่าสแตนเลส เลือกใช้เป็นสีน้ำเงินที่ดูสวยงามลงตัว พร้อมความจุ 128GB และรุ่นพิเศษที่ใช้บอดี้ที่ทำจากทองเหลือง ชุบด้วยทองคำแท้ซึ่งจะช่วยในส่วนของ grounding ที่ทำให้ฉากหลังนั้นนิ่งสงัดยิ่งขึ้น และความจุที่มากขึ้นเป็น 256GB มาพร้อมกับปุ่มกดสำหรับควบคุมการเล่นเพลงที่จะเป็นทรงสี่เหลี่ยม และลูกบิดปรับเสียง ที่ด้านล่างตัวเครื่องจะมีช่องเสียบ Micro SD และ USB-C อยู่ ส่วนด้านบนจะมีปุ่มเปิด-ปิด และแจ๊คเสียบหูฟัง โดยแบ่งเป็นชนิด 3.5mm และ 2.5mm balanced ให้ได้เลือกใช้งานครับ หน้าจอขนาดใหญ่ 4.1 นิ้ว ความละเอียด 720x1280 ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก สามารถใช้งานมือเดียวได้ ส่วนฝาหลังจะเป็นกระจก มีโลโก้ Astell&Kern พร้อมลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อให้ดูมีมิติและสวยงามครับ โดยในรุ่นนี้จะไม่มีในส่วนของ optical out และพอร์ทสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมภายนอกครับ_x000D_ _x000D_ อุปกรณ์ในกล่อง_x000D_ • 1 x Astell&Kern A&ultima SP1000M_x000D_ • 1 x สาย USB-C สำหรับชาร์จและถ่ายโอนไฟล์_x000D_ • 1 x คู่มือการใช้งานเบื้องต้น_x000D_ _x000D_ _x000D_ การเชื่อมต่อ_x000D_ Bluetooth• Bluetooth 4.1 เชื่อมต่อรวดเร็ว_x000D_ AUX 3.5mm• เชื่อมต่อผ่านแจ๊คหูฟัง 3.5 มม._x000D_ Balanced 2.5mm• เชื่อมต่อแบบ balanced ผ่านแจ๊คหูฟัง 2.5 มม._x000D_ USB-C• ชาร์จแบตเตอรี่และถ่ายโอนข้อมูล_x000D_ _x000D_ ฟังก์ชั่นการใช้งาน_x000D_ ระยะเวลาใช้งาน แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง โดยใช้ระยะเวลาในการชาร์จไม่เกิน 3 ชั่วโมง เมื่อชาร์จแบบ fast charging_x000D_ โดยสำหรับ A&ultima SP1000M นั้นภายในจะเลือกใช้อุปกรณ์ระดับหัวแถวเลยล่ะครับ เริ่มด้วยชิป DAC จากทาง AKM AK4497EQ จำนวนสองตัวทั้งในส่วนของแชนเนลซ้าย-ขวา รองรับการเล่นเพลงความละเอียด 32/384kHz ไปจนถึง DSD256 เลยทีเดียว ใช้ CPU ชนิด octa-core เพื่อการประมวลผลและการใช้งานที่รวดเร็วไม่มีสะดุด ในส่วนของกำลังขยายนั้นเรียกได้ว่ามาแบบจัดเต็ม เพราะมีกำลังขับสูงสุดถึง 4.2Vrms เมื่อเชื่อมต่อแบบ balanced ครับ เรียกได้ว่าครอบคลุมการใช้งานหูฟังได้แทบทุกรุ่นเลย นอกจากนี้ในรุ่นนี้ยังได้ใส่ femto clock ที่ทำหน้าที่ควบคุม jitter ให้มีระดับน้อยที่สุดอีกด้วย เพื่อคุณภาพเสียงที่เที่ยงตรงตามแบบฉบับครับ และสำหรับใครที่ต้องการเชื่อมต่อแบบไร้สาย เจ้า A&ultima SP1000M ก็มาพร้อมกับ Bluetooth 4.1 พร้อม aptX HD เพื่อการรับ/ส่งข้อมูลความละเอียดสูงอีกด้วยครับ โดยสเปคต่างๆนั้นแทบจะถอดแบบมาจากรุ่นพี่ SP1000 เลยล่ะครับ_x000D_ _x000D_ _x000D_ คุณภาพเสียง_x000D_ เสียงเบส - ย่านต่ำให้เสียงเบสที่โดดเด่น มีมวลขนาดปานกลาง ไม่เด่นมากนักครับ มีหัวโน๊ตที่ชัด มีอิมแพ็คไม่มากนัก ตัวเบสมีความรวดเร็ว เก็บตัวได้ไวมากๆ รายละเอียดในส่วนของ Deep Bass นั้นมีอยู่เยอะ ทั้งในส่วนของเสียงฮัมหรือเสียงเครื่องเป่าความถี่ต่ำก็ยังเผยรายละเอียดออกมาอย่างครบถ้วนครับ_x000D_ เสียงร้อง - เสียงกลางนั้นให้เนื้อเสียงที่คมชัด เปิดโล่งเป็นอย่างมาก ให้เสียงกีตาร์ที่ใสๆ ให้อิมเมจของเสียงร้องที่ชัดเจน สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงร้องออกมาได้อย่างครบถ้วน โดยตำแหน่งของเสียงนั้นจะขยับมาด้านหน้าเล็กน้อย เนื้อเสียงสะอาด กลมกลืนกับเครื่องดนตรีอื่นๆไม่โดดเด้งออกมา _x000D_ เสียงแหลม - แหลมของ A&ultima SP1000M เป็นแหลมที่ทอดไปได้ไกลสุดๆครับ ระดับที่เรียกว่าเครื่องเล่นที่เทียบได้ยากมากๆ เป็นแหลมที่ชัดมากๆทอดตัวไปได้จนสุดปลายเสียง เวลาเจอเสียงที่ขึ้นสูงมากๆก็ไม่มีอาการแตกพร่าแม้แต่น้อยครับ มีความเป็นธรรมชาติสูง ไม่เติมแต่งครับ_x000D_ เวทีเสียง - เวทีเสียงกว้างขวาง โดยให้มิติโอบล้อมที่กว้างมากๆ ทั้งในด้านกว้างและด้านลึกครับ โดยนักร้องจะอยู่ด้านหน้า ขยับเข้ามาจากกลางเวทีเล็กน้อย ส่วนเครื่องดนตรีก็อยู๋ห่างกันแบบพอดีๆ จะใช้ฟังเพลงที่มีเครื่องดนตรีน้อยชิ้น หรือจะฟังออเครตร้าก็สามารถใช้งานได้อย่างสบาย_x000D_ _x000D_ ใช้งานมือเดียวได้สบาย_x000D_ _x000D_ สรุปเกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลงพกพา A&ultima SP1000M_x000D_ โดยรวมแล้วถือว่าเป็นเครื่องเล่นพกพาที่ย่อส่วนลงจากรุ่นพี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งในส่วนของคุณภาพเสียงและงานประกอบที่เลือกใช้แต่วัสดุชั้นยอดเท่านั้นครับ ทำให้เรียกว่าเป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาที่ดีที่สุดในตอนนี้ได้อย่างแน่นอนครับ
฿95,900
Shopee
มั่นคง munkonggadget
5.0 (3)
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
อื่นๆในหมวดเครื่องเสียง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : เคสกันกระแทกจากทาง Astell&Kern สำหรับ AK70 MKII โดยเฉพาะจ้าๆๆ _x000D_ _x000D_ ตัวเคสผลิตจาก Polyeurethane leather แบรนด์ Synt3 ผลิตในประเทศอิตาลี มีการเจาะช่องต่างๆเอาไว้ให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายครับ_x000D_ _x000D_ ข้อมูลจำเพาะ_x000D_ Model: AK70 MKII Case_x000D_ _x000D_ Material: LASKINA polyeurethane fabric by Synt3 (Made in Italy)
฿2,000
Shopee
มั่นคง munkonggadget
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
หูฟัง Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : หูฟังจากทาง Astell&Kern ในรุ่น AK ZERO2 เป็นหูฟังรุ่นอัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้า มาพร้อมด้วยดีไซน์ที่สวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ และไดรเวอร์มาถึงข้างละ 6 ตัวนอกจากนี้ยังให้สายหูฟังมาถึง 2 เส้นให้เลือกใช้งานได้ตามที่ต้องการอีกด้วยครับ การออกแบบ ในส่วนของการออกแบบนั้นหูฟัง Astell&Kern AK ZERO2 จะเป็นหูฟัง in ear ที่ถูกออกแบบมาให้สวมใส่แบบคล้องใบหู ทำให้สวมใส่ได้อย่างกระชับ ไม่หลุดไม่ร่วงระหว่างการใช้งาน ตัวบอดี้ของหูฟังจะผลิตจากอลูมิเนียมผ่านกระบวนการ CNC ทำให้มีความแข็งแรงทนทาน และมีรูปทรงเป็นรูปหกเหลี่ยมที่มีโลโก้ของทางแบรนด์ติดอยู่บนตัวหูฟังทั้งสองข้างอีกด้วยครับ อุปกรณ์ภายในกล่อง - Astell&Kern AK ZERO2 - สายหูฟัง 3.5mm - สายหูฟัง Balanced 4.4mm - ชุดจุกหูฟัง - เคสสำหรับจัดเก็บและพกพา - คู่มือการใช้งาน การใช้งาน ในส่วนของการใช้งานนั้นหูฟัง Astell&Kern AK ZERO2 นั้นจะออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆที่มีช่อง 3.5mm ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องต่อแอมป์เพิ่ม หรือหากต้องการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีช่อง Balanced 4.4mm ก็สามารถเปลี่ยนตัวสายกับสายที่มีมาให้ในกล่องได้เลยครับ ภายในของหูฟัง Astell&Kern AK ZERO2 จะมาพร้อมไดรเวอร์มากถึงข้างละ 6 ตัวได้แก่ Special Micro Rectangular Planar Dynamic Driver จำนวน1 ตัว, Balanced Armature Drivers จำนวน 4 ตัวและไดรเวอร์ Dynamic Driver ขนาด 10mm อีก 1 ตัวทำให้สามารถถ่ายทอดย่านเสียงต่างๆได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ภายในของหูฟัง Astell&Kern AK ZERO2 มีโครงสร้างที่ถูกผลิตขึ้นด้วย 3D Print Technology โดยออกแบบให้ตัวไดรเวอร์มุมกันแบบ Quad-brid ทำให้ตัวไดรเวอร์ต่างๆสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดีและให้เสียงที่เคลียร์ ชัดเจน สะอาด น่าฟังมากๆครับ  ตัวสายของ Astell&Kern AK ZERO2 นั้นจะเป็นขั้วสายแบบ MMCX เป็นสายทองแดง OFC ชุบด้วยเงิน ถัก4 โดยมีให้มาในกล่องถึงสองเส้นได้แก่สาย Balanced 4.4mm และสาย 3.5mm ครับ ซึ่งตัวสายหุ้มฉนวนคุณภาพมีความอ่อนนุ่ม ไม่พันกันง่าย และให้ความแข็งแรงทนทาน เวลาม้วนเก็บใส่เคส และเวลาหยิบออกมาใช้งานทำได้ง่ายสะดวกมากๆครับ สรุปเกี่ยวกับหูฟัง Astell&Kern AK ZERO2 โดยรวมแล้วหูฟัง Astell&Kern AK ZERO2 เป็นหูฟังที่มีดีไซน์การออกแบบที่สวยงาม มาพร้อมกับไดรเวอร์มากถึงข้างละ 6 ตัว ให้น้ำเสียงที่สะอาด ชัดเจน และยังมาพร้อมกับสายหูฟังถึง 2 เส้นให้สามารถเลือกใช้งานได้ตามที่ต้องการอีกด้วยครับ
฿43,900
Shopee
มั่นคง munkonggadget
5.0 (3)
จังหวัดสมุทรปราการ
ร้านค้าทางการ
เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : ร้าน มั่นคง munkonggadgetใน ShopeeMall : เครื่องเล่นเพลงพกพาจากทาง Astell&Kern ในรุ่น A&Norma SR25 เป็นเครื่องเล่นพกพารุ่นใหม่ประจำปี 2020 ครับ โดยในรุ่นนี้ยังคงเอกลักษณ์หน้าจอแบบเอียงเอาไว้อยู่ และยังปรับปรุงชิ้นส่วนวงจรภายในอีกด้วยครับ การออกแบบ ในส่วนของการออกแบบนั้น A&Norma SR25 เป็นเครื่องเล่นพกพาระดับกลางครับ เป็นรุ่นที่มาแทนรุ่น AK70 นั่นเอง ตัวเครื่องภายนอกใช้วัสดุทำจากอลูมิเนียมที่ผ่านกระบวนการ CNC แบบ 5 แกนแบบเดียวกับที่ผู้ผลิตนาฬิกาสวิสใช้ ซึ่งจะทำให้ได้ความประณีตมากกว่าแบบ 3 แกน พร้อมหน้าจอความละเอียดขนาด 3.6 นิ้ว 720*1280 ที่ออกแบบให้สามารถใช้งานมือเดียวได้อยู่ จัดวางหน้าจอให้เอียง โดยการออกแบบเช่นนี้จำทำให้สามารถถือได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ที่ด้านบนจะมีปุ่ม power, และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และ 2.5 มม. ที่ให้เลือกใช้งาน ที่ด้านข้างจะมีลูกบิดปรับระดับเสียง ส่วนที่ด้านล่างจะมีช่องเสียบ USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่และถ่ายโอนข้อมูล และช่องเสียบ Micro SD อีก 1 ช่องที่รองรับความจุสูงสุด 2TB เลยครับ อุปกรณ์ภายในกล่อง - A&Norma SR25 - สาย USB-C - ตัวปิดช่อง Micro SD 2 ชิ้น - ฟิล์มกันรอย หน้า+หลัง 2 ชุด การใช้งาน ในส่วนของการใช้งานนั้น เครื่องเล่นเพลงพกพา A&Norma SR25 นั้นจะออกแบบให้สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิมครับ โดยสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 21 ชั่วโมง (Standard - MUSIC: FLAC, 16-bit/44.1kHz, Unbalance, Volume 80, EQ OFF, LCD OFF) และใช้การชาร์จแบคเคอรี่ผ่านทางช่อง USB-C ครับ ภายในของ A&norma SR25 นั้นจะใช้ CPU แบบ Quad Core ที่ออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ส่วนชิป DAC นั้นจะใช้ของ Cirrus Logic CS43198 จำนวนสองตัว ทำงานแบบ fully balanced รองรับการถอดไฟล์เพลงความละเอียดสูงสุด 32/384kHz และ DSD256 เลยครับ โดยการเล่นไฟล์ 32 Bit นั้นจะไม่มีการ downsampling ลงมาเป็น 24 Bit แต่อย่างใดครับ ความแตกต่างระหว่าง SR15 และ SR25 ก็คือตัว PCB หรือแผงวงจรด้านในครับ โดยทาง Astell&Kern ได้ออกแบบแผงวงจรใหม่ที่สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้รวดเร็วขึ้น แต่มีเส้นทางของวงจรที่เท่าเดิม โดยออกแบบใหม่ทั้งในส่วนของภาคออดิโอและภาคจ่ายไฟ ทำให้ไม่มีการกวนกันของสัญญาณเลยครับ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถฟังเพลงได้อย่างชัดเจน ปราศจากเสียงรบกวนใดๆ โดยทาง Astell&Kern เรียกการออกแบบนี้ว่า Ultra Low Noise Filter นั่นเองครับ และด้วยการออกแบบใหม่ ทำให้การจ่ายพลังงานให้กับชิ้นส่วนต่างๆภายในนั้นมีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยในรุ่น SR25 นั้นจะสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 21 ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยในรุ่น SR15 หรือรุ่น AK70 นั้นจะสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมงเท่านั้นครับ A&norma SR25 นั้นจะรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth aptX HD ที่รองรับการสตรีมเพลงความละเอียดสูงสุด 24 bit รวมไปถึง LDAC ที่ทำให้สามารถฟังเพลงความละเอียดสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ และยังมี Wi-Fi ที่สามารถใช้เชื่อมต่อบริการ streaming ต่างๆ และใช้อัพเกรด firmware ที่ทาง Astell&Kern จะปล่อยออกมาในอนาคต ใน่สวนของระบบปฏิบัติการนั้น A&norma SR25 นั้นจะใช้เป็น Android 9.0 ที่มาพร้อมกับ Open App สามารถดาวน์โหลดแอปบางตัวมาลงใน SR25 เพื่อใช้งานได้ครับ โดยจะต้องเป็นแอปที่กำหนดเท่านั้นผ่านการติดตั้งแบบไฟล์ APK ครับ นอกจากนี้ A&norma SR25 ยังรองรับการเล่นไฟล์เพลง MQA ที่เป็นไฟล์เพลงความละเอียดสูง แต่มีขนาดไฟล์ที่เล็กครับ โดยในตอนนี้เปิดให้บริการแล้วบนบริการ streaming TIDAL ครับ คุณภาพเสียง AK SR25 นั้นแม้ว่าจะใช้ชิปเดียวกันกับในรุ่น SR15 แต่ได้รับการจูนเสียงใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกด้านเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นในย่านเสียงต่ำที่ให้อิมแพคของเสียงเบส และ กลองที่ฟังสนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถปะทะแล้วเก็บตัวได้เร็ว และ ตำแหน่งจะอยู่ลึกลงไปกว่าเดิมอีกเล็กน้อย ทำให้มีช่องว่างระหว่างเสียงต่ำ กับ เสียงกลางมากยิ่งขึ้นครับ ในย่านเสียงกลางนั้นมีลักษณะที่คล้ายกับรุ่นเดิม แต่เสริมเนื้อเสียงให้มีมวลมากขึ้น น้ำเสียงคมชัดขึ้น โดยเฉพาะเสียงของนักร้องที่ถูกปรับให้มีความโดดเด่นมากกว่าเดิม และเนื่องจากเวทีเสียงที่เพิ่มเข้ามา ทำให้วางตำแหน่งของเครื่องดนตรีได้สมจริงมากขึ้น โดยที่ฉากหลังนั้นยังเงียบสงัดอยู่เช่นเคย เสียงแหลมของ SR25 นั้นเพิ่มจังหวะมาให้มีความรวดเร็วขึ้นอีกครึ่งสเตป บวกกับเสียงที่ออกไปโทนสว่าง น้ำเสียงสะอาดจะแจ้งมากขึ้น ช่วยให้ฟังเพลงที่มีสปีดเร็ว ๆ อย่าง Pop Rock ได้สนุกกว่าเดิม หากใครที่ชอบฟังเพลงสนุก ๆ แต่ยังรู้สึกว่าเสียงของรุ่นสูง ๆ ดูจริงจังมากเกินไป SR25 ตัวนี้ตอบโจทย์ของท่านได้อย่างแน่นอนครับ สรุปเกี่ยวกับเครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern A&norma SR25 โดยรวมแล้ว เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern A&Norma SR25 นั้นเป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาที่ออกแบบมาอย่างประณีต ใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน โดยปรับปรุงจากรุ่น SR15 และ AK70 ให้ดีกว่าเดิมครับ รองรับไฟล์ความละเอียดสูง สามารถฟังได้ทั้งแบบเสียบสายและสตรีมไร้สายผ่าน Bluetooth สามารถลงแอปที่กำหนดผ่าน Open App ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าครบเครื่องเรื่องการฟังเพลงเลยล่ะครับ
฿27,900
Shopee
มั่นคง munkonggadget
4.9 (15)
จังหวัดสมุทรปราการ
เครื่องเล่นเพลงพกพา Astell&Kern แอสเทล แอน เคิร์น : AK 100 MkII Übersicht Astell&Kern ist das ultimative tragbare High-End Audio System fähig, Master Quality Sound wiederzugeben (MQS). Musikdateien in MQS-Format (24bit/192Khz) enthalten über 6,5 mal mehr Musikinformationen als eine Standard CD mit 16bit/44,1Khz. Hieraus resultiert der überragende supergenaue und originalgetreue Klang, der der originalen Studioaufnahme in nichts nachsteht. Wir bezeichnen dies als Master Quality Sound (MQS) Aluminium Gehäuse trifft auf orig
ยังไม่ระบุราคา เปรียบเทียบราคา

ตัวกรองสินค้า

หมวดหมู่

อุปกรณ์เสริมเครื่องเสียง (21)
เครื่องเล่นเพลงพกพา (11)
หูฟัง (7)
อื่นๆในหมวดเครื่องเสียง (4)
เครื่องขยายเสียง (Amp) (3)
เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ (1)
ถ่านและถ่านชาร์จ (1)

ประเภทหูฟังตามการเชื่อมต่อ

หูฟังมีสาย (5)

ประเภทหูฟังตามการสวมใส่

In Ear (4)

รีวิวล่าสุดจากผู้ใช้

ยังไม่มีรีวิวในหมวดนี้